สัมภาษณ์พิเศษ : ‘บิ๊กบัง’เสริมความมั่นคง ติดอาวุธ‘ผู้สมัคร ชทพ.’

หมายเหตุพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทการทำงานการเมืองพร้อมวิเคราะห์สถานการณ์การเลือกตั้ง วันที่ 24 มีนาคม

⦁จุดเริ่มต้นของการเข้ามาทำงานการเมืองในสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.)

ช่วงกลางปี’61 ได้ให้สัมภาษณ์ว่า การเมืองไทยยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก การเลือกตั้งคงไม่หนีวิธีการเก่าๆ พรรคมาตุภูมิ (มภ.) ไม่มีผู้สนับสนุนพรรค การเดินไปข้างหน้าในสภาวะรัฐธรรมนูญใหม่ กติกาการเลือกตั้งใหม่ ทำให้ได้คะแนนเสียงเหมือนเก่าคงยากมากขึ้น ดังนั้น จึงตัดสินใจเลิกพรรค มภ.และหยุดกิจกรรมของพรรค หลังจากนั้นการเข้าสู่การเลือกตั้งในปี’62 สมาชิกพรรคมาตุภูมิ (มภ.) และน้องๆ ที่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ที่ยังอยากเล่นการเมืองและคิดว่าผมยังเล่นการเมืองเขาก็มาพูดคุย ซึ่งได้บอกว่าจะไม่เล่นการเมืองแล้ว น้องๆ ในกลุ่มเลยบอกว่าแบบนั้นจะนำพวกผมไปไว้ที่ไหน ผมจึงอาสานำพวกเขามาอยู่ที่พรรค ชทพ. เพราะมีความคุ้นเคยกัน

วันที่พรรค ชทพ.ประชุมใหญ่ได้นำสมาชิกและน้องๆ เข้าไปพบนายธีระ วงศ์สมุทร อดีตหัวหน้าพรรค นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรค ซึ่งทั้ง 2 ท่านก็รับน้องๆ เข้าร่วม โดยบอกว่าให้ช่วยหาผู้สมัครในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยเพราะพรรค ชทพ.จะส่งผู้สมัครลง ผมจึงรับปากจะช่วย ดังนั้น นายธีระ
นายนิกร เลยเอ่ยปากชวนว่าไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว พล.อ.สนธิมาอยู่ด้วยกันเลย ขณะเดียวกันลูกน้องก็บอกว่าหาก พล.อ.สนธิไม่มาอยู่ด้วยกันผมจะอยู่อย่างไร แต่จุดสำคัญที่เป็นแรงดลใจคือ พรรค ชทพ.มีนโยบายต้องการข้ามความขัดแย้ง ไม่ต้องการให้คนไทยมีความขัดแย้ง ต้องการปฏิรูปประเทศ ถือว่ามีความตรงใจกับผม เพราะไม่ต้องการเห็นความขัดแย้ง เพราะความขัดแย้งในวันนี้ทำให้ประเทศเดินไปไม่ได้ หากความขัดแย้งหมดไปทุกคนกลับมามีความรักสามัคคีร่วมกัน มีจุดสำคัญเห็นแก่ประเทศชาติบ้านเมือง ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่มาทำงานในนามพรรค ชทพ.

พรรค ชทพ.ให้ผมช่วยดูแลทางความมั่นคง ถือเป็นความถนัดอยู่จึงดูเรื่องนี้เป็นหลัก ในระหว่างนี้มีภารกิจที่ต้องทำคือ 1.กำหนดแนวทางนโยบายของพรรคทางด้านความมั่นคง 2.ดูแลในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 3.ผู้สมัคร ส.ส.ในประเทศ 300 กว่าเขต มีหลายเขตขอให้ผมเข้าไปช่วยหาเสียงในพื้นที่ จึงรับอาสาเพื่อให้ผู้สมัคร ส.ส.มีโอกาสได้รับเลือกมากขึ้น ดังนั้น กรอบที่ได้รับยังอยู่ใน 3 เรื่องนี้เป็นหลัก กำลังดำเนินการจัดระเบียบภายในพรรค เพื่อเตรียมทำตามขั้นตอนของประกาศ กกต.ทั้ง 5 ฉบับ จะนำผู้สมัคร ส.ส.คนใดลงเขตไหน ในบัญชีรายชื่อพรรค ชทพ.ยังไม่ได้พูดกัน

⦁ช่วยอธิบายเรื่องการเสริมความมั่นคงให้ผู้สมัคร ส.ส. พรรค ชทพ.

การชี้แจงให้ผู้สมัคร ส.ส. พรรค ชทพ.ที่ลงทั้ง 300 กว่าเขต จะมีการเสวนาของพรรคเพื่อแถลงแนวความคิดนโยบายของพรรค จะอธิบายเรื่องความมั่นคงเป็นอย่างไร เป็นภาระหน้าที่ของ ส.ส.มีอะไรบ้าง วันนี้ต้องมองว่าปัญหาพื้นฐานของคนไทยคือ ปากท้อง ความยากจน มีหลายแขนงอาชีพ เช่น ทำไร่ เกษตรกร ประมง จะขยายแนวความคิดเรื่องปากท้อง โดยจะตามเรื่องปัญหายาเสพติดที่ผมจะต้องช่วยดูทำอย่างไรให้ยาเสพติดหมดไปเพราะมีผลกระทบมาสู่ลูกหลาน ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นความมั่นคงภายในของประเทศไทย การคอร์รัปชั่น การไม่เป็นธรรมในสังคม ความเหลื่อมล้ำ พรรค ชทพ.ต้องมาบูรณาการทางความคิดกันใหม่หมด รวมทั้งความมั่นคงชายแดน การค้าของเถื่อน มันเกี่ยวข้องกันหมดที่ผู้สมัคร ส.ส.ต้องรู้ ดังนั้นหากมีโอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อยว่ากันอีกครั้ง ว่าจะทำอย่างไรให้มากขึ้นกว่านี้ แนวทางที่ทำให้ประเทศไม่มั่นคงจะแก้ไขอย่างไร
“นักการเมืองต้องมีความรอบรู้ เรื่องด้านการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยา เรื่องความมั่นคง เพราะมีหน้าที่เข้าไปอยู่ในเขตเลือกตั้งที่เกี่ยวข้องทุกอย่าง ซึ่งแต่ละเขตมีปัญหาหมดโดยเฉพาะเรื่องยาเสพติด
ทำอย่างไรให้ยาเสพติดไม่มีและหมดไป”

⦁ประเมินสถานการณ์การเลือกตั้งครั้งนี้ภาพรวมอย่างไร

การเลือกตั้งครั้งนี้ มีพรรคการเมืองเยอะมาก จะมีพรรคหลักคือ 1.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีบุคลากรที่มีความสามารถและเป็นนักการเมืองคนข้างเยอะ ถือว่าวันนี้เป็นพรรคการเมืองที่ใหญ่ 2.พรรคเพื่อไทย (พท.) 3.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ซึ่ง 3 พรรคหลักนี้เป็นพรรคที่เต็งหนึ่ง ส่วนรองลงมาเป็นพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ถัดลงมาคือ พรรค ชทพ.จึงเป็นการแข่งขันของพรรค พปชร.กับพรรค พท.และพรรค ปชป.เป็นหลัก จากมุมมอง พรรค พท.ยังแข็งแรงอยู่ พรรค ปชป.ยังครองพื้นที่ได้อยู่ ส่วนพรรค พปชร.ที่มี ส.ส.ไม่น้อยที่มาจากพรรคต่างๆ มีส่วนช่วยให้พรรค พปชร.ดีขึ้นในระดับหนึ่ง แต่ที่สำคัญไม่ทราบว่า หัวมาตัวมา ประชาชนจะมาด้วยหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องรอดูในวันเลือกตั้ง เพราะขณะนี้ยังมองไม่เห็น ดังนั้น ถ้าหัวมาตัวมาและประชาชนมาด้วย คิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรค พปชร.จะได้คะแนนไม่น้อยเลยทีเดียว จึงยังไม่แน่ใจ

⦁ประเมินสถานการณ์การเลือกตั้งครั้งนี้พรรค ชทพ.

พรรค ชทพ.ส่งลง 300 กว่าเขต เกือบครบ 350 เขต คิดว่าพรรค ชทพ.เป็นพรรคระดับจังหวัด ทั้ง จ.สุพรรณบุรี จ.นครปฐม จังหวัดใกล้ๆ กทม.หลายจังหวัด ยังมีสถานภาพเหมือนเดิม ผมพยายามให้พรรค ชทพ.ไปปักธงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ได้ และคิดว่ามีโอกาสสูง ทำไมถึงมีความมั่นใจ เพราะมีหลายพรรคการเมืองที่ลงแข่งขัน เบื้องต้นก็ราวๆ 10 กว่าพรรค ดังนั้นเมื่อเป็น 10 พรรคต่อ 1 เขตทำให้คะแนนกระจาย ใครมีผู้สมัคร ส.ส.ที่ทำงานมีประสิทธิภาพ เป็นที่รักของประชาชน คะแนนไม่ต้องมากได้เป็น ส.ส.แน่นอน ดังนั้น ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเชื่อว่าจะมีพรรค ชทพ.ปักธงได้แน่นอน ตั้งเป้าไว้ 2-3 เขต

⦁สำหรับพื้นที่ภาคอื่นของพรรค ชทพ.มองอย่างไร

ผมไม่ได้ไปดูในพื้นที่อื่นโดยตรง พรรคได้แบ่งคนรับผิดชอบ แต่ผมจะไปช่วยเสริมว่าตรงจุดไหนอ่อน เช่น ภาคใต้มีหลายจังหวัดที่ต้องลงไปช่วยคือ จังหวัดกลุ่มอันดามัน มีการประสานกับนายธีระ นายนิกร ไปเรียบร้อย แม้กระทั่งทางเหนือ จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.แม่ฮ่องสอน

⦁ประเมินหลังการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร

ผมมองว่าพรรค พท.ยังเข้มแข็ง จัดคนที่ลงเขตของพรรค พท.มักจะได้เกือบ 100% โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน แต่ในพื้นที่อื่นถึงไม่ได้เขาก็เอาพรรคอื่นไปรองรับ จะได้เป็นคะแนนรองลงมา ดังนั้น เมื่อนำคะแนนมารวมกันเชื่อว่าจะได้คะแนนไม่น้อย นี่คือความเป็นจริง ส่วนพรรค พปชร. ถ้าทำได้ หัวมาตัวมา
ประชาชนมาก็สูสีกับพรรค พท. ส่วนพรรค ปชป.ยังอยู่ในแนวทางใกล้ของเดิมหากพรรค พปชร.สามารถรวบรวมพรรค ปชป. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ถ้าการเลือกตั้งครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องการกลับมาเป็นนายกฯอีกครั้งน่าจะกลับมาได้ แต่ที่สำคัญเมื่อกลับมาแล้วเข้าไปสู่ในรัฐสภาจะบริหารอย่างไรต้องรอดู

⦁ให้วิเคราะห์ 2 สถานการณ์หากพรรค พปชร.เป็นรัฐบาล หรือพรรค พท.เป็นรัฐบาล ประเทศจะเป็นอย่างไร

จากความรู้สึกส่วนตัว ใครมาก็ยุ่ง เพราะทำอย่างไรจะลืมเรื่องของสีได้ ลืมเรื่องความเชื่อได้ หันมาประนีประนอมกัน หันมาดูความยากจนของประชาชน ดูแนวคิดการพัฒนาประเทศนั้นคือ ทางออก ต้องห่วงประเทศเป็นหลัก

บทความก่อนหน้านี้บทนำ : อุปสรรคมาก
บทความถัดไป‘รองโฆษกเพื่อชาติ’ จึ้ กกต.ให้ตีความปมใช้สื่อออนไลน์หาเสียง อย่าให้เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง