09.00 INDEX ห่วงใย จาก สนธิ บุญยรัตกลิน ต่อ “น้อง” ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ปัญหาของคสช. ปัญหาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ได้อยู่ที่ว่าความเป็นไปได้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ หากแต่อยู่ที่เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วจะ”เป็น”อย่างไรมากกว่า
เพราะเมื่อ “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ DESIGN มาเพื่อพวกเรา”ซะแล้ว มี 250 ส.ว.อยู่ในมือแค่ 126 ส.ส.ย่อมไม่ยาก
ไม่เพียงแต่พรรคพลังประชารัฐจะเป็น”พื้นฐาน”เท่านั้น

หากแต่ยังมีพรรครวมพลังประชาชาติไทย ยังมีพรรคประชาชนปฏิรูป ยังมีพรรคพลังธรรมใหม่ ยังมีพรรคพลังท้องถิ่นไท สำแดงความพร้อมอย่างเต็มเปี่ยม
ปัญหาที่ทำให้ยังหงุดหงิดและยากต่อการตัดสินใจก็เป็นเช่น ที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รอคอยเท่านั้น
นั่นคือ เมื่อเข้าไปอยู่ใน”รัฐสภา”แล้วจะ”บริหาร”อย่างไร

คำถามเช่นนี้มิได้เป็นเรื่องใหม่เพราะหลายคนในพรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักษาชาติ พรรคประชาชาติ หรือแม้กระทั่งพรรคประชาธิปัตย์ก็เคยหยิบมาเป็นประเด็น

แต่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สมควรให้ความสำคัญเนื่องจากเป็นคำถามจาก พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน
อย่างน้อย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ก็เคยเป็น “ส.ส.”

ยิ่งกว่านั้น ยังเป็น ส.ส.ที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งเมื่อเดือน กรกฎาคม 2554
ยิ่งกว่านั้น พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ยังเคยเป็นหัวหน้าคมช.ทำรัฐประหารมาแล้วด้วยมือตนเองเมื่อเดือนกันยายน 2549 อันเท่ากับเป็นการเปิดประตูให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน จึงไม่เพียงแต่มีบทเรียนในเรื่องการ รัฐประหาร หากยังมีบทเรียนในรัฐสภา
รัฐสภาอันมีพื้นฐานมาจาก “การเลือกตั้ง”
ประการหลังนี้ต่างหากที่รอคอยเพื่อพิสูจน์ทราบตัวตนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างแท้จริง

การได้อำนาจมาโดย”รัฐประหาร” กับการได้อำนาจมาโดย”การ เลือกตั้ง”มีความแตกต่างอย่างแน่นอน
เพราะอย่างแรกมาด้วย”ปืน”
ขณะที่อย่างหลังได้มาโดยฉันทานุมัติของ”ประชาชน”และอยู่ ในความควบคุมของ “ประชาชน”โดยมีสภาผู้แทนราษฎรสำแดงบทบาทสำคัญ

นี่ย่อมเป็น”สภาพ”ใหม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

บทความก่อนหน้านี้นายกสภาราชภัฏเมืองคอน-นครพนม ชี้สถานการณ์คลี่คลายหลังสภามหา’ลัยไม่ต้องยื่นทรัพย์สิน
บทความถัดไป‘กว่างโซ้ง’ เฉือน ‘ฮานอย’ 3-2 ประเดิมแชมป์ลีโอ ปรีซีซั่น คัพ 2019