“มาร์ค”นำทัพปชป.บุกเชียงใหม่ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร “เสี่ยไก่” โว ฟ้าเปิด สวรรค์เข้าข้างปชป.

27.01.19 | 14:47 น.

“มาร์ค” นำทัพปชป.บุกเชียงใหม่ เปิดตัวว่าที่ส.ส. 62 เขตเลือกตั้ง ขายฝันชาวเหนือ ยก “เมืองเชียงใหม่” เป็นศูนย์อารยธรรมล้านนา ด้าน “เสี่ยไก่” โว ฟ้าเปิด สวรรค์เข้าข้างประชาธิปัตย์

เมื่อวันที่ 27 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค(ปชป.) พร้อมคณะกรรมการบริหาร(กก.บห.) อาทิ นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคเหนือ นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรค เป็นต้น เดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ภาคเหนือของพรรคทั้งหมด16 จังหวัด 62 เขตเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นการหาเสียงครั้งแรกภายหลังพระราชกฤษฏีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2562 ประกาศใช้ ทั้งนี้ ว่าที่ผู้สมัครส.ส. ประกอบด้วย กำแพงเพชร ตาก นครสวรรค์ น่าน พะเยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน สุโขทัย อุตรดิตถ์ เชียงใหม่ และเชียงราย

โดยนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคปชป. และอดีตส.ส.พิษณุโลก กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้ต่อสู้ลงแข่งขันหลายพรรค ดังนั้นคะแนนเสียงของแต่ละพรรคที่ได้จะไม่ต่างกันมาก แค่เขย่งเท้าก็อาจชนะแม้จะเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ก็ตาม แต่ถ้าขยันทำพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนตลอดเวลา ก็ไม่ใช่คนหน้าใหม่ เที่ยวนี้ภาคเหนือพรรคประชาธิปัตย์จะไม่หนีไปจากยุคที่พรรคเคยมีรัฐมนตรีในภาคเหนือ วันนี้ฟ้าเปิดแล้ว สวรรค์เข้าข้างพวกเรา ทำงานหนักก็มีกุญแจขยันลงพื้นที่บ่อยๆไม่ต้องใช้เงินก็เป็นส.ส.ได้ ขอเพียงให้เข้าไปนั่งอยู่ในใจประชาชนเท่านั้น

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปีนี้ภาคเหนือเราส่งผู้สมัครครบทุกเขตการเลือกตั้ง พรรคปชป.ผูกพันกับชาวเหนือมาตั้งแต่รุ่นผู้ก่อตั้งพรรค และผู้ใหญ่หลายคนในพรรค เราผูกพันกับพี่น้องชาวเหนือและเห็นว่าพี่น้องคนไทยจะต้องมาเป็นที่หนึ่งของประเทศ ความเป็นพรรคปชป.อยู่กับพี่น้องชาวเหนือหลายพื้นที่และหลายครอบครัว หลายคนไม่เคยทราบว่าในการเลือกตั้งของพรรคปชป.เคยได้คะแนนจากภาคเหนือเยอะมาก 30 – 40% แต่เนื่องด้วยระบบการเลือกตั้งทำให้เรามีผู้แทนในสภาฯน้อยลง แต่ตอนนี้ระบบเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไปแล้วยิ่งหากประชาชนมาเลือกเรามากเท่าไหร่ ปชป.ก็จะมีโอกาสได้ผู้แทนในสภามากเท่านั้น เรารอคอยการเลือกตั้งมามากกว่า 5 ปีแล้ว ไม่เคยนานขนาดนี้ พวกเราตกงานไม่เป็นไรแต่พี่น้องไม่มีผู้แทนมาดูแลหรือเป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้หากเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราจะต้องทำให้ทุกคนหลุดพ้นจากความยากจนให้ได้ เราอยากเห็นประเทศไทยเดินไปข้างหน้า

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า พรรคปชป.จะนำ 3 อย่างคือ “แก้จน สร้างคน สร้างชาติ” 1.แก้จน โดยการสานต่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเงินจาก 500 บาทเป็น 800 บาทและสามารถกดเงินสดออกมาใช้จ่ายได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านร้านค้าธงฟ้าอย่างเดียว, นโยบายโฉนดสีฟ้า ต่อยอดจากนโยบายโฉนดชุมชน ให้ประชาชนมีความมั่นคงในที่ดินทำกิน มีโฉนดภายใน 4 ปี ที่ดิน สปก. เอาไปใช้เป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงินเพื่อลงทุนทำมาหากินได้ เพราะ 4 ปีที่ผ่านมารัฐบาลใช้ มาตรา 44 ให้ใช้ที่ดินสาธารณะทำเหมืองหรือผลิตพลังงาน แต่ไม่ช่วยเหลือเกษตรกร, กองทุนน้ำชุมชน ให้ ชุมชนบริหารจัดการขุดแหล่งน้ำและกระจายน้ำเข้าสู่ไร่นา, ระบบประกันภัยพืชผลจากภัยธรรมชาติ และตั้งเป้าหมายราคาพืชผลการเกษตรทุกตัว, เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำมากกว่า 120,000 บาทต่อปี, เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาทต่อปี, เพิ่มเงิน อสม. 1,000 บาทต่อปี โดยยืนยันว่ารัฐสวัสดิการดังกล่าวจะต้องมีที่มาของเงินและไม่ทำให้บ้านเมืองล้มละลาย ขณะเดียวกันประชาชนที่เข้าหลักเกณฑ์จะต้องได้รับสิทธิ์นี้อย่างทั่วถึง

Advertisement

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า 2.สร้างคน โดยนโยบายเกิดปั๊บรับแสน ให้เงินเด็กแรกเกิด 5,000 บาทและจ่ายให้ทุกเดือนเดือนละ 1,000 บาท จนกว่าจะถึง 8 ขวบ, ปรับปรุงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก, เพิ่ม 10 วันลาคลอดให้นานขึ้น, อาหารเช้าและอาหารกลางวันฟรีจนถึงมัธยมศึกษา, เรียนฟรีจนถึงชั้น ปวส. และส่งเสริมการศึกษาสายอาชีพให้เชื่อมโยงกับเอกชนเพื่อให้จบแล้วมีงานทำทันที, แจกคูปองเพิ่มทักษะ 3,500 บาทจำนวนหนึ่งล้านคนต่อปี เช่น การเรียนภาษา

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า 3.สร้างชาติ เร่งปราบปรามยาเสพติด ยอมรับว่าการแพร่ระบาดของยาเสพติดมีข้าราชการรู้เห็นด้วย จึงเพิ่มอำนาจคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป ส.) ให้ส่งฟ้องไปยังอัยการได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งตำรวจ, ให้ประชาชนเลือกผู้ว่าราชการจังหวัดได้ด้วยตนเอง, และยกระดับจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมล้านนา จากนี้นายอภิสิทธิ์ยังย้ำว่า ประชาชนต้องเป็นใหญ่ไม่ใช่แค่ช่วงหาเสียงเลือกตั้งแต่หลังจากการจัดตั้งรัฐบาลแล้วประชาชนจะมีอำนาจในการตรวจสอบรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี

“ในส่วนของภาคเหนือตอนบนจะต้องได้รับการพัฒนาให้เป็นอารยธรรมล้านนามหานคร เป็นช่องทางให้ประชาชนได้มีโอกาสสร้างรายได้ จากการท่องเที่ยว การสร้างเศรษฐกิจในชุมชน ตามแนวทางที่ประชาชนต้องการไม่ใช่สร้างให้ คนข้างนอก หรือคนอื่นมาใช้ประโยชน์ แต่ประชาชนในพื้นที่ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง แป๊บนึงถ้าจะมีสิ่งที่มาจากข้างนอกคือการสนับสนุนเงินทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับทั้งรถไฟระบบรางถนนหรือการจัดให้เป็นพิเศษได้เลย แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ได้มาทันทีเราต้องมีพรรคการเมืองและรัฐบาล ที่ให้ประชาชนเป็นใหญ่ประชาธิปไตยสุจริต ไม่ใช่ใหญ่เฉพาะตอนเลือกตั้ง ไม่ใช่เป็นนายกแล้วโผล่หน้าทางทีวีแล้วดุคนอื่นตลอดเวลา ต้องฟังว่าประชาชนต้องการอะไร ยอมรับการตรวจสอบของทุกฝ่าย” หัวหน้าปชป. กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยต้องสุจริต ดังนั้น ประเทศต้องมีนายกรัฐมนตรีซึ่งต้องเป็นนายกฯที่ฟังเสียง ส.ส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชน ไม่ใช่โผล่หน้ามาทางทีวีแล้วดุคนอื่นตลอดเวลา และต้องเป็นนายกฯที่เคารพการตรวจสอบโดยประชาชน สื่อมวลชน องค์กรอิสระ และองค์กรตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อจะได้ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีชาติไหนที่สร้างได้ด้วยผู้มีอำนาจที่ทุจจริต เราจึงต้องการมีผู้นำที่มีความสุจริต พรรคประชาธิปัตย์มีหัวหน้าพรรคมาแล้ว 7 คน ซึ่งมีผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาแล้วโดยไม่เคยมีคนไหนที่ต้องมลทิน

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ได้กราบสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ และศาลเจ้าปุงเถ่ากง ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมจีนโบราณ อายุ 143 ปี รวมทั้งยังได้เดินพบปะประชาชนที่ตลาดวโรรส อย่างไรก็ตาม ในช่วงเย็นนายอภิสิทธิ์มีกำหนดการขึ้นขบวนรถแห่รอบคูเมืองเชียงใหม่ จากนั้นจะได้เดินพบปะพี่น้องประชาชนบริเวณถนนคนเดิน (ถนนท่าแพ-ถนนราชดำเนิน) ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงทั้งคนในจังหวัดเชียงใหม่ และหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ด้วย