เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ในฐานะที่เคยเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และเคยเฝ้าติดตามการประชุมนานาชาติด้านสิทธิมนุษย์ชนที่จัดขึ้นเป็นประจำที่นครเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในระหว่างวันที่ 11-13 พฤษภาคม 59 มีประเทศต่างๆเข้าร่วม 100 กว่าประเทศซึ่งในปีนี้ประเทศไทยถูกจับตามองเป็นพิเศษในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทยและคณะผู้แทนไทยก็ได้เข้าชี้แจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในไทยให้นานาชาติได้รับทราบในช่วง Universal Periodic Review(UPR) และจากรายงานของHuman Rights Watch ที่ออกมานั้น ก็มีประเด็นที่น่าเป็นห่วงสถานะภาพการล่วงละเมิดสิทธิและเสรีภาพในไทยเรา ซึ่งถ้ารัฐบาลไทยไม่รีบปรับปรุงแก้ไขหรือดำเนินการเสียใหม่ให้ถูกต้อง ผลเสียและภาพลักษณ์ของประเทศไทยก็จะเสียหายอย่างมาก
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า อยากจะนำเสนอและสรุปสั้นๆในประเด็นต่างๆที่นานาประเทศและ องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน และเอ็นจีโอต่างๆเป็นห่วงกังวล ทั้งๆที่ไทยเราก็ได้ลงนามในข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านต่างๆเกี่ยวกับการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชนเอาไว้กับเขามาอย่างยาวนานดังต่อไปนี้ 1.คำแถลงของไทยดูเหมือนว่าจะมีความสวยหรูแต่ก็ไม่สามารถปิดบังความจริงที่เกิดขึ้นในไทยได้เพราะมีความขัดแย้งกับรายงานของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติและ องค์กรสิทธิมนุษยชน และเอ็นจีโอที่เสนอต่อที่ประชุมด้วย 2.รายงานของข้าหลวงใหญ่ฯ มีหลายประเด็นที่น่าสนใจและได้ให้ความสำคัญซึ่งเราควรพึงระมัดระวังดังนี้ อาทิ ห่วงการให้อำนาจแก่คสช. มากเกินไป และการให้อำนาจแก่ทหาร โดยไม่จำกัดความผิดและการคุ้มครองความผิดโดยใช้อำนาจตามมาตรา 44 การให้พลเรือนขึ้นศาลทหาร การละเมิดสิทธิและเสรีภาพของการชุมนุมโดยสันติ การควบคุมเสรีภาพของสื่อ มวลชน การใช้กฎหมาย ความผิดทางคอมพิวเตอร์ และมาตรา 112 มากำจัดผู้มีความเห็นต่าง การเรียกปรับทัศนคติและกักขังควบคุมตัว การจับกุมนักศึกษาและการดำเนินคดี 3.รายงานขององค์กรสิทธิมนุษยชนก็มีข้อที่น่าสนใจและใกล้เคียงกับข้าหลวงใหญ่ เช่น อำนาจของคสช. มีมากและปราศจากการตรวจสอบ การให้ความคุ้มครองแก่ทหารโดยไม่ต้องรับผิด ไม่ว่ากรณีใด การขอให้มีการยกเลิกให้พลเรือนต้องขึ้นศาลทหาร ขอให้ยกเลิกการคุ้มครองความผิดให้แก่ทหาร การล่วงละเมิดสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกของบุคคลและเสรีภาพของสื่อมวลชน คณะกรรมการสิทธิฯที่ไม่ได้มาตรฐาน การขอให้ยกเลิกการใช้มาตรา 44 การดำเนินคดีกปปส. และ พธม. เป็นไปอย่างล่าช้า และกรณีการสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 เป็นต้น
นอกจากนี้แล้วในเวทีกลุ่มของประเทศอียู อังกฤษ นิวซีแลนด์ อเมริกา ออสเตรเลีย และสแกนดิเนเวีย ก็มีความห่วงใยสถานการณ์การละเมิดสิทธิและเสรีภาพที่เกิดขึ้นในไทยในมุมมองที่ไม่ได้แตกต่างกันมากนักกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ และหลายๆหน่วยงาน จึงอยากขอให้รัฐบาลต้องรีบแก้ไขปรับปรุงแนวทางต่างๆให้ดีขึ้น ยังไงก็ล้วนเป็นคนไทยด้วยกันทั้งนั้น

