“ทษช.” บุกพัทลุง ฟัง ปชช.สะท้อนปัญหา ศก. บอกเปิดโอกาสให้ ด้าน “จาตุรนต์” แย้ม ยุทธศาสตร์หาเสียงภาตใต้ เน้นลงพื้นที่พบ ปชช. ลั่นจะทำให้เห็นว่า ถ้าต้องเปลี่ยนจากพรรค ปชป. คนที่จะสามารถนำนโยบายไปแก้ปัญหาประเทศไทยจริง คือ ทษช.
เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่จังหวัดพัทลุง พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นำโดย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรค นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานรณรงค์หาเสียงพรรค พร้อมแกนนำ สมาชิก และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง โดยเริ่มจากเดินตลาดเพียรยินดีเพื่อพบปะทักทายประชาชน พ่อค้า แม้ค้าทั้งในตลาด และตามกับร้านค้าต่างๆ ที่เป็นอาคารพาณิชย์ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น ประชาชนให้การต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แกนนำพรรคได้แวะนั่นร้านน้ำชาในตลาดซึ่งมีคนเข้ามาขอถ่ายรูปกับแกนนำพรรคด้วย
อย่างไรก็ตาม พ่อค้า แม่ค้าในตลาด โดยเฉพาะร้านค้าที่เป็นพาณิชย์ต่างสะท้อนปัญหาเรื่องสภาพเศรษฐกิจให้คณะแกนนำพรรค ทษช.ว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้ขายสินค้าไม่ค่อยได้ ถึงขนาดที่ว่า บางตรอกซอกซอยมีแต่คนขาย ไม่มีคนซื้อ จึงอยากให้พรรคไทยรักษาชาติเข้ามาแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ และพร้อมเปิดใจที่จะให้โอกาส ทษช. เข้ามาทำงานให้ชาวพัทลุง


นายจาตุรนต์กล่าวถึงยุทธศาสตร์การหาเสียงภาคใต้ ว่า เราจะลงพื้นที่พบประชาชนในภาคใต้ เพราะถือว่าเป็นพื้นที่สำคัญที่มีศักยภาพ ซึ่งลงมาภาคใต้แล้วเห็นชัดเจนว่าได้รับการต้อนรับดี และเห็นว่าช่วงนี้พรรคการเมืองที่ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีโอกาสมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ ที่ประชาชนที่สะท้อนกับเราคือไม่พอใจกับความเดือดร้อนที่เก็บมานาน มีความรู้สึก 4-5 ปีที่มานี้ เศรษฐกิจแย่มากพืชผลเกษตรราคาตกต่ำ และเศรษฐกิจโดยรวมเสียหายมาก ไม่อยากเห็นสภาพนี้ต่อไป ประชาชนก็บอกว่าอยากจะเปลี่ยน โดยเฉพาะในการเลือกตั้งนี้อยากจะเปลี่ยน ไม่อยากอยู่ใต้สภาพการบริหารของรัฐบาลปัจจุบัน และเหมือนกับอยากจะเปลี่ยนพรรคการเมืองด้วย อยากจะลองของใหม่ดูบ้าง เพราะนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมาไม่สามารถแก้ปัญหาได้ นอกจากนี้ เราก็ได้แลกเปลี่ยนกับประชาชนอย่างนโยบายของพรรค ปชป.ในการแก้ปัญหาพืชผลเกษตรซึ่งดูเหมือนจะดีแต่ว่าถ้าคำนวณดูแล้วจะใช้เงินมหาศาล ซึ่งมีปัญหาว่าจะเอาเงินมาจากไหน แต่ละเรื่องๆ จะใช้เงินเป็นหลายๆ แสนล้านบาท จะเอาเงินมาจากไหน แล้วใช้ได้กี่วัน
นอกจากนั้น ยังมีปัญหาว่าคนที่ชอบนโยบายของพรรค ปชป. อาจจะต้องคิดว่าพรรค ปชป.เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างไร เพราะแนวโน้มเข้าใจว่าพรรค ปชป.จะเป็นรัฐบาลได้จะต้องร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และถ้า พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ นโยบายต่างๆ จะเปลี่ยนมาแบบของพรรค ปชป.ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เราก็เสนอปัญหากันอยู่ว่าถ้าพรรค ปชป. เป็นรัฐบาล คงต้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ก็เท่ากับเป็นการสนับสนุนการบริหารการปกครองแบบปัจจุบันนี้ ดังนั้น คิดว่าครั้งนี้จึงเป็นโอกาสของพรรคการเมืองที่ไม่ใช่ ปชป. ดังนั้น สิ่งที่ ทษช.จะทำคือ จะทำให้เห็นว่า ถ้าต้องเปลี่ยนจากพรรค ปชป. แล้วพรรคที่จะสามารถนำนโยบายไปแก้ปัญหาประเทศไทยจริงๆ ร่วมรัฐบาลได้ และแก้ปัญหาได้ คือ ทษช.

เมื่อถามว่า จะพัฒนาภาคใต้อย่างไร เพราะนโยบายก็ยังไม่ได้เปิดเผยออกมาเต็มที่ นายจาตุรนต์กล่าวว่า ตนคิดว่าต้องมาคิดกันอย่างจริงจัง การแก้ปัญหาในภาคใต้ต้องดูจากความเป็นจริง และต้องมาวิเคราะห์ศักยภาพในการพัฒนา ภาคใต้ยังมีศักภาพในหลายๆ เรื่อง แต่เรื่องที่ยากมากคือพืชผลเกษตร ส่วนเรื่องประมงสามารถแก้ได้ ถ้าเรากล้าแก้กฎหมายต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ยังทำได้อีกมากโดยจะต้องดูเรื่องการกระจายรายได้ผลประโยชน์ให้ตกกับจังหวัดข้างเคียง และให้ประชาชนทั่วไปได้รับประโยชน์ด้วย เราต้องคุยกับพี่น้องชาวภาคใต้อย่างจริงจังว่าต้องการอย่างไร การพัฒนาภาคใต้จึงจะเกิดขึ้นและตรงความต้องการของภาคใต้ เพียงแต่ว่าเวลานี้เราตั้งคำถามว่าพรรคการเมืองที่เรียกว่าครองภาคใต้มาตลอดและก็ใน 3-4 ปีมานี้ก็เป็นรัฐบาลมาเป็นส่วนใหญ่ ประชาชนก็คงจะตั้งคำถามเหมือนกันว่าเหตุใดจึงพัฒนาไม่มากเท่าที่ควร ซึ่งเราคิดว่าในฐานะที่เรามาให้ความสำคัญกับภาคใต้ เราก็จะให้ความสนใจในเรื่องนี้ และเรามีประสบการณ์ในเรื่องของการเมื่อมีนโยบายแล้วสามารถที่ผลักดันให้เกิดผลเป็นจริง และเรามีความถนัดในเรื่องการพัฒนาด้วย
“ถ้าเราได้มีโอกาสมาพูดคุยกับพี่น้องชาวใต้ ร่วมงานกัน แล้วก็มีโอกาสเข้าไปผลักดันให้เกิดการพัฒนาภาคใต้ เราเชื่อว่าเราใช้ประสบการณ์และผลงานที่เคยทำมาแล้วนี้ทำให้เกิดผลได้ทุกอย่างในภาคใต้” นายจาตุรนต์กล่าว
จากนั้นแกนนำพรรค ทษช.เข้าสักการะหลักเมืองเก่าและดูวิถีเกษตรเกี่ยวกับการผลิตข้าวสังข์หยด ตำบลชัยบุรี ชายเมืองพัทลุง


