ทั้งๆที่เมื่อเดินในโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ พล.อ.ประ ยุทธ์ จันทร์โอชา อารมณ์ดีอย่างยิ่ง ยิ่งเมื่อแวะเข้าไปดื่มกาแฟในร้าน Twining ก็ยิ่งอารมณ์ดี
เพราะไม่เพียงแวดล้อมด้วยคนที่ถูกใจอย่าง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ
แต่ทำไมเมื่อเอ่ยถึง “ประชารัฐ” กับ “พลังประชารัฐ”
“การทำงานในนโยบายประชารัฐทำมานานแล้วนักการเมือง ก็ไปหาชื่อให้มันสอดคล้อง อย่างพรรคไทยรักษาชาติสื่อก็รู้ว่าตั้งมาอย่างไร ตัวย่อมาจากอะไร”
ผลก็คือ พลันผู้คนก็นึกถึงตัวย่อ “ทษช.” ของพรรคไทยรักษาชาติขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
อย่างนี้หรือเปล่าที่นักจิตวิทยาเรียกว่า “จิตใต้สำนึก”
คำว่า “จิตใต้สำนึก” ถอดรูปมาจากศัพท์ Sub-Concious มี กระบวนการคล้ายๆกับคำว่า “วาสนา” ในทางพระ
ดำรงอยู่คล้ายกับเป็น “ตะกอน” อัน “นอนก้น”
เมื่อประสบกับสภาพหรือสถานการณ์อันเหมาะสมที่คิดว่า
“นอนก้น” อยู่ก็ผลุบโผล่ออกมาให้เป็นที่ปรากฏ
เหมือนกับพูดกันถึง “ประชารัฐ” กับ “พลังประชารัฐ”แท้ๆ
ก็ให้บังเกิดนัยประหวัดไปยังชื่อย่อของ “พรรคไทยรักษาชาติ” ซึ่งก็คือ “ทษช.” ขึ้นมา
คล้ายกับ “ตะกอน” นี้รอจังหวะอยู่แล้ว
เหมือนกับไป “บางปู” ก็บังเกิดนัยประหวัดไปยังอดีตนายกรัฐ มนตรีบางท่านที่มีนิกเนมว่า “ปู”
ไม่ว่าปู “ดูไบ” ไม่ว่าปู “ซัวเถา”
คนซึ่งไม่เคยรู้ว่าพรรคไทยรักษาชาติมีรากฐานการตั้งชื่อย่อมาอย่างไรก็เลยพลอยได้รับรู้ไปตามเงาสะท้อนแห่ง”จิตใต้สำนึก” จากร้านกาแฟกลางเมืองหลวง
เท่ากับช่วย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิชย์ ทำ PR อีกแรงหนึ่ง
แม้จะมีความพยายามหนีจากคำว่า “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ DESIGN มาเพื่อพวกเรา” แม้จะมีความพยายามหนีกจากคำว่า
“เลือกตั้งเพื่อการสืบทอดอำนาจ”
แต่ตราบใดที่ยังมี “วาสนา” ตกตะกอนนอนก้นอยู่เช่นนี้ก็ยาก อย่างยิ่งจะรอดพ้นไปได้
ตกลงชื่อย่อ”ทษช.”ของไทยรักษาชาติย่อมาจากชื่อใคร

