หน้าแรก การเมือง บทนำ : ดัชนีค...

บทนำ : ดัชนีความโปร่งใส

2.02.19 | 08:30 น.

องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International หรือ TI) ประกาศค่าคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ปี 2018 ให้ประเทศไทยได้ 36 คะแนน ลำดับที่ 99 จาก 180 ประเทศทั่วโลก ลดลงจากปีก่อนที่ได้ 37 คะแนน อยู่อันดับที่ 96 ของโลก ในเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตอบคำถามผู้สื่อข่าว รัฐบาลไม่ต้องวางมาตรการอะไรเพิ่มเติม เพราะวางไว้หมดแล้ว เพียงแต่มาดูว่าที่อันดับตกลง ตกตรงไหนอย่างไร สิ่งหนึ่งที่องค์กรตรวจสอบมองคือการเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง โดยมองว่าอาจตรวจสอบได้หรือไม่ได้ แต่ขอยืนยันว่าตรวจสอบได้ทุกองค์กร


การแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น สามารถทำได้ ทั้งป้องกันและปราบปราม การป้องกัน ได้แก่ การสร้างค่านิยมใหม่ให้กับประชาชน เพื่อให้เกิดความคิดและจิตสำนึกที่ปฏิเสธการทุจริตทุกเรื่อง ขณะที่องค์กรต่างๆ ของสังคม ทั้งระบบราชการ ภาคธุรกิจ การเมือง จะต้องเป็นตัวอย่างของความโปร่งใส การไม่ทุจริต การบังคับใช้กฎหมายต้องไม่สองมาตรฐาน ยกเว้นให้พรรคพวกของตนเอง แต่เน้นปราบปรามฝ่ายตรงข้าม เพื่อสร้างความมั่นใจและเป็นที่เชื่อถือของสังคมอย่างไร้สงสัยว่าผู้ที่ทุจริตจะต้องถูกลงโทษตามโทษานุโทษ ต้องคุ้มครองการเปิดโปงทุจริต คุ้มครองสื่อที่เปิดโปงทุจริต เพื่อสร้างระบบการตรวจสอบโดยสังคมขึ้นมา ส่วนการปราบปราม ก็คือการใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมาและเป็นธรรม ให้ผู้ถูกลงโทษเข็ดหลาบ และชดใช้ความเสียหายอย่างสมน้ำสมเนื้อ ผลของการปราบปราม จะส่งผลถึงการป้องกันการทุจริตได้อีก

ถ้าพิจารณาดูการปราบปรามทุจริตในประเทศไทย ต้องยอมรับว่า ยังห่างไกลจากมาตรฐานที่ควรจะเป็นอยู่มาก สิ่งสำคัญของการป้องกันและปราบปรามการทุจริต คือ การตรวจสอบทั้งโดยสังคมและด้วยกฎหมาย ในสังคมที่ปิดกั้นการแสดงออก หรือสังคมที่ไม่เป็นประชาธิปไตย สิ่งแรกๆ ที่หายไปคือการตรวจสอบจากสังคม ซึ่งหมายถึงการวิพากษ์วิจารณ์ การตั้งคำถาม เรียกร้องให้แสดงข้อเท็จจริง เมื่อขาดการตรวจสอบ สิ่งที่ติดตามมาอย่างปฏิเสธไม่ได้ ก็คือ การทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นเรื่องที่เราให้คะแนนตัวเองไม่ได้ แต่ต้องให้ผู้อื่นที่ไม่มีส่วนได้เสีย ไม่อยู่ในความหวาดกลัว เป็นผู้ตรวจสอบและให้คะแนน จึงจะได้ผลที่ตรงกับข้อเท็จจริง