เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่หอประชุมภายในโรงงาน เอส ซี เอส ต.สูงเนิน อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พท., ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง, นายอดิศร เพียงเกษ, นายนิสิต สินธุไพร, นายยุทธพงษ์ จรัสเสถียร, นายสุทิน คลังแสง และนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ได้เปิดปราศรัยใหญ่ พร้อมกับเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา พท.เขตเลือกตั้งที่ 3 คือนายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และว่าที่ผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อ นายกิตติพงษ์ พงศ์สุรเวท รวมถึง เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขตของ จ.นครราชสีมาอีก 13 เขตเลือกตั้ง โดยมีประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 3 จ.นครราชสีมา ประกอบด้วย อ.สูงเนิน, อ.สีคิ้ว และ อ.ขามทะเลสอ มาฟังการปราศรัยจำนวนมากจนล้นหอประชุม

นายชัชชาติ กล่าวในการปราศรัยว่า การต่อสู้ในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นการต่อสู้ให้ พท.เท่านั้น แต่เป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับเผด็จการ ซึ่งขณะนี้เผด็จการมี 250 เสียงอยู่ในมือแล้ว นั่นคือสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เตรียมจะโหวตเลือกนายกฯ ที่มาจากฝ่ายเผด็จการ ฉะนั้น ถ้าประชาชนอยากจะให้ฝ่ายประชาธิปไตยชนะ ต้องเลือกผู้สมัคร พท.และพรรคที่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยให้ได้ 350 เสียง โดยเฉพาะ จ.นครราชสีมา มี 14 เขตเลือกตั้ง ชาวนครราชสีมาต้องเลือกแบบยกทีมทั้งจังหวัด
นายชัชชาติให้สัมภาษณ์ถึงการเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ลาออกจากตำแหน่ง ว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคล แต่นายกฯ จะต้องไม่ทำอะไรให้เสียความเป็นกลาง
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนายกฯ ออกมาระบุว่ามีคนรังเกลียดทหารนั้น นายชัชชาติ กล่าวว่า ประชาชนไม่ได้เกลียดทหาร กลับรักทหารด้วยซ้ำไป เพราะทหารเป็นส่วนหนึ่งของประเทศมาตั้งนานแล้ว แต่อาจมีทหารบางกลุ่มที่อาจจะไม่ได้ทำหน้าที่ของตนเองให้เต็มที่ แต่ทหารส่วนใหญ่ไม่ได้มีปัญหา และเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศ แต่เมื่อบริบทของประเทศเปลี่ยนไป ทหารก็ควรจะเข้ามาช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้มากขึ้น แทนที่จะทำในเรื่องของการป้องกันประเทศเพียงอย่างเดียว เพราะทหารมีทรัพยากรมาก ไม่ว่าจะเป็นคน ที่ดิน เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้เกลียดทหารแต่อาจจะเป็นเรื่องของตัวบุคคลมากกว่า





