การเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ มีความน่าสนใจอย่างเป็นพิเศษ
เริ่มตั้งแต่ 09.30 น. ถึง 16.30 น.
การแถลงผลงานปีที่ 4 ของรัฐบาล ณ ทำเนียบรัฐบาลในเว ลา 09.30 น.เหมาะสมอย่างยิ่ง
ในฐานะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น นายกรัฐมนตรี
แต่การเปิดห้องม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรับหนังสือเชิญอัน นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ถือมานั้นกลับมาก ด้วยความละเอียดอ่อน
เป็นการเชิญในทางส่วนตัว หรือเป็นการเชิญในฐานะอันเป็นนายกรัฐมนตรี
ทุกสายตาจึงเฝ้ามองด้วยความระทึก
โดยอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงอยู่ในสถานะของนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน
โดยอำนาจจากการยึดอำนาจเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงอยู่ในสถานะของหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ(คสช.)อย่างแน่นอน
แต่การที่คณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐมีมติเห็นชอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงอยู่ในฐานะที่พรรคจะเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น
เป็น “เรื่องส่วนตัว” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หรือเป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะตัดสินใจในฐานะของ “นายกรัฐมนตรี”
หรือเป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะตัดสินใจในฐานะของ “หัวหน้าคสช.”
นี่คือภาวะเหลื่อมซ้อนระหว่าง”ส่วนตัว”และ”ส่วนรวม”
หากมองจากความเคยชินที่ผ่านมาตลอดเกือบ 5 ปีนับแต่มีการทำรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สามารถเปิดห้องม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำได้
แต่อย่าลืมเป็นอันขาดว่านับแต่เดือนธันวาคม 2561 เป็นต้นมาได้เข้าสู่กระบวนการของการเลือกตั้งแล้วอย่างสมบูรณ์
ธุรกรรมอันเกี่ยวกับพรรคพลังประชารัฐจึงเป็นเรื่องส่วนตัว
เป็นเรื่องระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มิใช่เรื่องของราชการ มิใช่เรื่องของรัฐประหาร

