“อนาคตใหม่” เปิดตัว 10 บัญชีรายชื่อแรกย้ำมาจากทุกวงการพร้อมเข้าสภานั่งรัฐมนตรี เตรียมแถลงเปิดตัว ส.ส.พรรค 5 ก.พ.นี้ ด้าน “ธนาธร” ท้า บิ๊กตู่ดีเบตว่าที่นายกฯ ส่วน “ปิยบุตร” ตะเพิด “ประยุทธ์” พ้นการเมืองไทย
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ร้าน DX Playground Cafe & Bistro เมืองทองธานี พรรคอนาคตใหม่(อนค.)เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์พรรคอนาคตใหม่ 10 อันดับแรก โดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ร่วมในการแถลงข่าวและแนะนำว่าที่ผู้สมัคร
นายปิยบุตร กล่าวว่า การสรรหาผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค ยึดหลักการ เรื่องความหลากหลายที่บุคคลเหล่านี้จะเข้าไปเป็นผู้แทนราษฎร ที่ต้องเป็นตัวแทนของคนทุกกลุ่ม ไม่ใช่แต่ตระกูลการเมือง หรือผูกขาดตลอดเวลา การเปิดกว้างให้คนที่สนใจประเด็นทางการเมืองและสังคม ทำให้พรรคมีคนหน้าใหม่ทางการเมืองทั้งหมด ทั้งนี้ในจำนวนสมาชิกปาร์ตี้ลิสต์ 10 วันดับแรกของพรรคมีอายุระหว่าง 31-63 ปี และมีความหลากหลายทางเพศ ที่เราต้องการสร้างมิติให้ของผู้แทนราษฎร ที่เป็นผู้แทนของคนทุกกลุ่ม หลากหลายวงการจริงๆ และเชื่อว่า 10 คนนี้จะเป็นมิติใหม่ที่เคยมีมา จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงประเทศ และเป็นคนที่ต่อสู้ในเรื่องนั้นจริงๆต้องได้เข้าไปพูด เราออกแบบการคัดสรรผู้แทนจริงๆ เรียกว่าเป็นทีม ธนาธร พร้อมที่จะเป็นรัฐมนตรีและดำเนินตามนโยบายที่พรรคเสนอมาโดยส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 คือนายธนาธร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 2 คือ ตน ที่จะผลักดันเรื่องกฎหมาย
นายธนาธร กล่าวว่า ทุกคนล้วนได้รับการยอมรับในสังคม และมีความรู้ความสำเร็จในวิชาชีพที่เคยทำมาทั้งสิ้น ถือเป็นความภูมิใจในการรวมตัวคนที่มีความหลากหลายและความภาคภูมิใจ ทั้งนี้ลำดับที่ 3 คือ น.ส.วรรณวิภา ไม้สน ผู้เรียกร้องสวัสดิการให้พี่น้องผู้ใช้แรงงาน เข้าใจถึงความลำบากของแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบ ที่มีรายได้ไม่สูงนัก ซึ่งพรรคยินดีที่จะมีผู้ใช้แรงงานเข้าไปอยู่ในสภา ลำดับที่ 4 นายพิธา ลิ้มเจริญรันต์ ผลักดันเกษตรกรก้าวหน้า เป็นคนที่บริหารธุรกิจทั้งด้านการเกษตร การเงิน การธนาคาร รวมถึงแกร็บคาร์จนประสบความสำเร็จ ซึ่งเดิมนายพิธาเคยมีหนี้สินเกือบ 100 ล้าน แต่ก็สามารถปลดหนี้ได้ในเวลาไม่นาน ทั้งนี้การยกระดับการเกษตรกรไม่มีทางอื่นเว้นแต่ยกระดับเกษตรกรให้สูงขึ้น
นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 5 น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ เป็นผู้ผลักดันด้านการศึกษา ลำดับที่ 6 พล.ท.พงศกร รอดชมภู เคยเป็นรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พรรคจึงได้มอบหมายให้ดูแลเรื่องการปฏิรูปกองทัพ ซึ่งในช่วงหลังตกต่ำลง เพราะนึกถึงแต่รัฐประหาร และการซื้ออาวุธ เราจึงอยากพิสูจน์ว่านายทหารหัวก้าวหน้าสามารถเข้ามาทำงานการเมืองในทางที่ถูกต้องได้ ลำดับที่ 7 น.ส.พรรณิการ์ วานิช จบการศึกษาด้านรัฐศาสตร์ที่มาทำงานด้านสื่อสารมวลชน ที่พรรคมั่นใจว่าจะเป็นส.ส.ที่เป็นสตรีที่อภิปรายได้อย่างแหลมคม ไม่ใช่เป็นลูกหลานของนักการเมือง

นายธนาธร กล่าวว่า ลำดับที่ 8 นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ซึ่งจะเป็นผู้ผลักดันนโยบายด้านคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐาน ด้วยวิธีการใหม่ กระบวนการใหม่ ลำดับที่ 9 ธัญวารินทร์ สุขะพิสิษฐ์ ผู้กำกับภาพยนตร์ที่ต่อสู้เพื่อเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งจะมาเป็นตัวแทนความหลากหลายทางเพศ และพร้อมที่จะเข้ามาเป็นส.ส.กะเทยคนแรกของสภา ซึ่งพรรคต้องการความหลากหลายในสังคมและให้ความสำคัญกับด้านวัฒนธรรม และลำดับที่ 10 นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ซึ่งมีมุมมองว่าต้องนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาผลักดันในด้านธุรกิจ
เมื่อถามว่า มั่นใจว่า 10 คนที่เปิดตัวในวันนี้เป็น ส.ส.ในสภาหรือไม่ นายปิยบุตร กล่าวว่า เรามั่นใจ และเชื่อว่าพรรคจะได้เกิน 10 ที่นั่ง ทั้งนี้เราพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นรัฐบาลและฝ่ายค้าน แม้เราจะเป็นคนหน้าใหม่ทางการเมือง แต่ไม่ใช่คนที่ไม่มีประสบการณ์ อย่างไรก็ตามพรรคจะเปิดเผยว่าที่ผู้สมัครบัญชีรายชื่อพรรคอีกในเร็วๆนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจได้อย่างไรว่า 10 คนเหล่านี้สามารถเป็นรัฐมนตรีทั้งๆที่หลายพรรคไม่เคยพูด นายธนาธร กล่าวว่า รูปแบบทางการเมืองที่ผ่านมา กลุ่มการเมืองทั้งหลายต้องการ ส.ส. ไม่ว่า 10-20 คน เพื่อให้ได้เก้าอี้รัฐมนตรี นำไปให้นายทุน แต่พรรคของเราไม่ใช่ พรรคของเราไม่มีนายทุน พรรคที่เลือกคนที่เหมาะสม จากแวดวงนั้นๆเข้ามาทำงานการเมือง เราพร้อมที่จะบริหาร ถือเป็นโฉมหน้าของรัฐมนตรีพรรค ที่ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพราะนายทุน แต่ตั้งขึ้นมาเพราะความเหมาะสม ทั้งนี้พรรคจะส่งผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อประมาณ 100-150 คน เลือกจากคนสมัครผ่านการสรรหาเข้ามา โดยในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พรรคจะแถลงข่าวภาพรวมส.ส.ของพรรคทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ เพื่อส่งสัญญาณให้ประชาชนรู้ว่าเราไม่ได้มาเล่นๆ เราจะส่งทั้งหมด อย่างไรก็ตามในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ว่าที่ผู้สมัครของพรรคจะเดินทางไปสมัครในแต่ละเขต ส่วนวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พรรคจะแถลงข่าวเปิดรายชื่อ ว่าที่ ส.ส.แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด และในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ทุกคนจะได้ทราบรายชื่อนายกฯของพรรคว่าจะมีทั้ง 3 ชื่อหรือไม่
เมื่อถามว่า การลงพื้นที่ที่ผ่านมา เสียงตอบรับว่าที่ ส.ส.เขตของพรรคเป็นอย่างไร นายธนาธร กล่าวว่า ทุกคนครึกครื้น เต็มที่ อาจจะมีอุปสรรคบ้าง แต่ไม่ได้ทำให้เราท้อถอย เราพร้อมขยับเต็มที่เพื่อพิสูจน์ความจริงใจกับประชาชน และยังคงให้ความสำคัญกับการหาเสียงทางออนไลน์ ทั้งนี้บัญชีรายชื่อนายกฯของพรรคเบื้องต้นยังมีเพียงตนคนเดียว และตนพร้อมรอพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดีเบต ในฐานะผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกฯที่เท่าเทียมกัน
เมื่อถามว่า ในวันนี้ (1 ก.พ.) พรรคพลังประชารัฐจะส่งหนังสือเทียบเชิญพล.อ.ประยุทธ์นั้น นายปิยบุตร กล่าวว่า การเทียบเชิญไม่ได้หมายความว่า พล.อ.ประยุทธ์เพิ่งเป็นนักการเมือง แต่ประยุทธ์เป็นนักการเมืองมาตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2557 ที่ยึดอำนาจ และเป็นการเข้าสู่อำนาจโดยไม่เข้าตามตรอกออกตามประตู การเลือกตั้งที่จะมาถึงครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่จะมาเถียงกันว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกคนนอกหรือคนใน เพราะพล.อ.ประยุทธ์เป็นคนนอกมานานแล้ว ผ่านการฉีกรัฐธรรมนูญ และของอำนาจมา5ปี การเลือกตั้งครั้งนี้คือเครื่องมือชุบตัวสำหรับการสืบทอดอำนาจ ซึ่งซ้ำรอยกับประวัติศาสตร์ พรรคสหประชาไท ของจอมพลถนอม กิตติขจร พรรคสามัคคีธรรม ของรสช. เริ่มจากการยึดอำนาจชุบตัวผ่านการเลือกตั้งเพื่อสืบทอดอำนาจ
“ผมเห็นว่าออกจากอำนาจไปเลยด้วยซ้ำ ครอบอำนาจมา 5 ปี แล้วยังจะเอาต่อ ความเห็นผม ไม่ใช่ออกจากนายก หัวหน้าคสช แต่ควรจะออกจากการเมืองไทยไปได้แล้ว” นายปิยบุตร กล่าว


