สถานีคิดเลขที่12 : จุดแข็ง‘พลังประชารัฐ’ : โดย จำลอง ดอกปิก

2.02.19 | 13:00 น.

พรรคการเมืองคึกคัก มุ่งหน้าสู่สนามเลือกตั้ง

พรรคขนาดใหญ่ ต่างก็มั่นใจชนะเลือกตั้ง เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีการพูดถึงตัวเลข จำนวน ส.ส.เป้าหมาย ทั้งที่มาจากการคำนวณฐานคะแนนที่เคยได้รับ การทำโพลสำรวจความคิดเห็น การคาดการณ์ หรือแม้แต่การปั่นตัวเลข แบบมีจุดมุ่งหมายในทางการเมือง ซึ่งเมื่อจะเลือกตั้ง คำถามยอดนิยมในเทศกาลนี้ หนีไม่พ้นว่าพรรคการเมืองใดจะชนะเลือกตั้ง รวมถึงหน้าตารัฐบาลชุดใหม่

เรื่องพรรคใดจะชนะ วันนี้อาจยังเร็วเกินไป ที่จะฟันธงตัวเลขได้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งแรกหลังรัฐประหาร วันอาทิตย์ 24 มีนาคม กฎ กติกา เปลี่ยนแปลงจากเดิมมาก กอปรกับประเทศไทยว่างเว้น ไม่มีเลือกตั้งมา 7-8 ปี ส่งผลให้ทำนายได้ยาก

อย่างไรก็ตาม มีผลโพล สำรวจคะแนนนิยมของพรรคการเมืองต่างๆ หลายสำนัก ออกมาเป็นระยะ และกูรู นักวิชาการ ทั้งหลายวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล ที่พอจะบอกอะไรต่อมิอะไรได้อยู่เหมือนกัน พรรคใหญ่อย่าง เพื่อไทย พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์นั้น พรรคใด มีแนวโน้มกวาดที่นั่ง ส.ส.สูงสุด พรรคใดเป็นมือวาง รวบรวมเสียงสมาชิกรัฐสภาจัดตั้งรัฐบาล

ในงานสัมมนาที่มติชนจัดขึ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ในหัวข้อเลือกตั้ง 62 จุดเปลี่ยนประเทศไทย วิทยากรนักวิชาการบางท่าน ชี้ว่าในบรรดา 3 พรรคใหญ่ (หากตัดข้อได้เปรียบ เสียเปรียบ เรื่องคุมอำนาจรัฐ ไม่ใช่แค่รัฐบาลรักษาการออก) 3 พรรคนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นพรรคที่มีจุดอ่อน หรือตำหนิทั้งสิ้น ไม่มีพรรคใดได้เปรียบ เสียเปรียบ 100%

Advertisement

จุดอ่อนเพื่อไทยอยู่ที่ ทักษิณ ชินวัตร จุดอ่อนพลังประชารัฐอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากการเป็นกรรมการกลาง ลงมาเป็นผู้เล่นสืบทอดอำนาจ จุดอ่อนประชาธิปัตย์ อยู่ที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นำพรรคพ่ายเลือกตั้งซ้ำซาก

เมื่อแต่ละพรรคต่างมีจุดอ่อน คำแนะนำต่อการใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง คือดูนโยบาย ประกอบการตัดสินใจเข้าคูหากาบัตร

แต่ 3 พรรคการเมือง คงไม่คิดว่า 3 ชื่อที่นักวิชาการเอ่ยมาเป็นจุดอ่อน

ในทางตรงกันข้าม เห็นว่า เป็นจุดแข็งด้วยซ้ำ พรรคเพื่อไทยมีทักษิณ ชินวัตร เป็นจุดขายแต่ไหนแต่ไร ทุกวันนี้ก็ใช่ เพียงแต่ระมัดระวัง เรื่องการถูกครอบงำซึ่งเป็นข้อห้ามทางกฎหมาย แต่กระนั้นก็พยายามยึดโยงเพื่อไทยเข้ากับทักษิณไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้ง

พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องพูดถึง เมื่อชู พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อชูอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในบัญชีนายกรัฐมนตรีของพรรคลำดับ 1 เท่ากับว่า เชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่า ทั้งสองเป็นจุดแข็ง จุดขาย ไม่ใช่จุดอ่อนอย่างที่นักวิชาการมอง คนภายนอกมอง

ความน่าสนใจอย่างหนึ่่งของการเลือกตั้ง 24 มีนาคม อยู่ตรงนี้

ตรงที่พรรคการเมือง คนใน นำสินค้าที่คนนอกจำนวนไม่น้อยคิดว่าขายไม่ได้ มาวางจำหน่าย

ท้าวัดใจผู้บริโภค ประชาชนคนตัดสินว่า ในท้ายที่สุดใครคิดผิด-คิดถูก

พรรคเพื่อไทยไม่ว่าเสนอชื่อใครเป็นนายกฯ มีเงาร่างอดีตนายกฯทาบทับอย่างมิต้องสงสัย

พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ ขายตรงไปตรงมา ปรากฏชื่อบิ๊กตู่-อภิสิทธิ์อยู่ในบัญชีนายกฯลำดับ 1

ในจำนวน 3 พรรค หลายชื่อว่าที่นายกรัฐมนตรีนี้

ยังมีประเด็นที่เป็นคำถาม ชวนคิดตาม เป็นคำถามเดียวกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แสดงความสงสัย เหตุใดถูกทุกพรรคการเมืองรุม โจมตี

บิ๊กตู่’ ไม่ดราม่า โวยวายเรียกร้องความสนใจ ขอความเห็นใจอย่างแน่นอน

เมื่อดูจากข้อมูล ข่าวสาร เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพื่อไทยจวกยับ ประชาธิปัตย์ก็วิจารณ์ อนาคตใหม่ก็ถล่ม เรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน เรื่องอะไรต่อมิอะไรสารพัด

‘บิ๊กตู่’ กลายเป็นหมู่บ้านกระสุนตก

การที่ถูกรุมโดยมิได้นัดหมายแบบนี้ ในทางการเมือง-การเลือกตั้ง มีคำอธิบาย 2 แบบ

นั่นคือ เพราะเป็นจุดแข็ง จุดขายสำคัญของพลังประชารัฐ ที่คู่แข่งจำเป็นต้องบ่อนเซาะทำลาย เพื่อเพิ่มโอกาสชนะเลือกตั้ง

หรือไม่อีกประการ ก็คือเป็นจุดอ่อน-บ่อน้ำมัน สัญลักษณ์แห่งความล้มเหลว ชาวบ้านไม่ชอบ เมื่อต้องการโน้มน้าวชาวบ้านเลือกพรรคตัว ก็ต้องเอาใจ โขกสับ เรียกเสียงเฮ เสียงเชียร์ไว้ก่อน

พรรคการเมืองมองบิ๊กตู่เป็นจุดอ่อน

แต่แท้ที่จริง ‘บิ๊กตู่’ อาจคือจุดแข็งก็ได้ ถึงได้เนื้อหอมเรียกใครต่อใครมารุมได้เป็นพิเศษ

จำลอง ดอกปิก