หน้าแรก การเมือง ถอดรหัส&#8217...

ถอดรหัส’จุดแข็ง-จุดอ่อน’ รธน.ฉบับ’ลดโลกร้อน’

25.01.16 | 22:15 น.

หมายเหตุ – คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน เตรียมชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกต่อสื่อมวลชนในวันที่ 29 มกราคมนี้ ขณะที่มีความเห็นของนักวิชาการเกี่ยวกับจุดแข็งจุดอ่อนของร่าง รธน.ดังนี้

ชำนาญ จันทร์เรือง
นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์

จุดแข็งของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เห็นอันเดียวคือ ช่วยลดโลกร้อน ประหยัดบัตรเลือกตั้งครั้งละไม่ต่ำกว่า 47 ล้านใบ กาบัตรเดียว เลือกคนเลือกพรรคได้ จริงๆ แล้วไม่แปลกใจในด้านรายละเอียดเท่าไหร่ เพราะวัตถุประสงค์ของเขาต้องการ เคาน์เตอร์-เมเจอริทาเรียน (Counter-majoritarian) การต่อต้านเสียงข้างมาก รายละเอียดไม่ผิดคาดเท่าไหร่ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยากมาก อาจเรียกว่าทำไม่ได้เลยหากไม่มีไฟเขียวผ่านตลอดมา หรือระบบเลือกตั้ง ส.ส.ไม่อยากใช้คำว่าระบบเลือกตั้ง เพราะไม่มีที่ไหนในโลกใช้แบบนี้ อยากเรียกเทคนิคการเลือกตั้งมากกว่า เวลาเอามาคำนวณสัดส่วนทั้งหมดเขาเอามาคำนวณจำนวนเต็ม 500 ขณะที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ อ.บวรศักดิ์ ยังยืดหยุ่น 450-470 คน กรณี ส.ส.เขต คือหากคำนวณเสร็จแล้ว ส.ส.เขตเกินกว่าคะแนนที่คำนวณมาว่า ส.ส.ในสภาควรเป็นเท่าไหร่ เขาก็ยืดหยุ่น

แต่ว่าของร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 20/2 (ฉบับมีชัย) ไม่ยืดหยุ่นเลย ถ้ายกตัวอย่างให้เห็นภาพก็คล้ายๆ ของอเมริกา คนชนะป๊อปปูลาร์ โหวต อาจจะแพ้อีเลคโทรอล โหวต (Electoral Vote) ก็ได้ อัลกอร์ได้ป๊อปปูลาร์โหวตเยอะกว่า กลับมาแพ้คะแนนอีเลคโทรอล โหวต จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ผู้ลูก อาจจะไม่ตรงกันทีเดียวนัก แต่ผมคิดว่าคณะกรรมการเขาคงคิดไม่ถึงข้อนี้ ถ้าเป๊ะ 350 หรือว่า 500 เสียง ตามที่เขาคิดแบบระบบสัดส่วนผสม คงไม่ได้หรอก

คนคงพูดกันเยอะว่าเป็นโอกาสได้ยากมากจะมีพรรคเสียงข้างมากเด็ดขาดพรรคเดียว อีกอย่างหนึ่ง ประเด็นที่มานายกรัฐมนตรี ผมอาจจะให้ความเห็นต่างกับคนอื่น เขาคงพูดกันเยอะว่าคนนอกไม่นอก แต่ว่าถ้าหากพรรคเดียวกัน สามารถรวมเสียงได้มากสุด เกิดนายกรัฐมนตรี 3 คนนั้นพร้อมใจกันลาออก แล้วคนที่ 4 จะมาจากไหน ปรากฏว่าไม่ได้มาจากพรรคร่วม สามารถเกิดขึ้นได้

Advertisement

ส่วนตัวอยากให้รางวัลคนคิดระบบเลือกตั้งนี้ ตั้งแต่ศึกษามาไม่พบว่าในโลกนี้มีใครใช้ เพราะว่าออกมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ดักเสียงข้างมาก ดักการเจริญเติบโตของพรรคการเมือง จริงๆ แล้ว ว่ากันแฟร์ๆ ระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมหรือ MMP ของร่าง อ.บวรศักดิ์เดิมจะดีกว่า ยังมีโมเดลวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียจากเยอรมัน พรรคการเมืองไม่ชอบแน่ แต่ในแง่วิชาการ อย่างน้อยก็แสดงถึงเสียงของประชาชนว่าเป็นอย่างไร คราวก่อนพรรคเพื่อไทยได้เยอะเกินกว่าเสียงที่ควรจะได้ด้วยซ้ำไป เพราะเป็นตามระบบวินเนอร์ เทค ออล (winner take all) คะแนนที่เหลือตัดทิ้งไป

ผ่านไม่ผ่าน คิดว่าการณรงค์ แคมเปญต่างๆ เขาคงไม่ได้ดูเรื่องเนื้อหาอะไรเท่าไหร่ ประเด็นนี้พูดกันตรงๆ คือ เอาหรือไม่เอาคสช. เพราะว่าการไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ความชอบธรรมทางการเมืองของ คสช. จะหายไปเยอะเลย ถึงแม้ว่ามีการแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว ว่าถ้าประชามติไม่ผ่านจะเป็นไปรูปแบบใดต่อไป แต่ว่าความเสียหายทางการเมืองของ คสช. จะเกิดขึ้น แอบหวั่นลึกๆ ว่าจะไม่มีประชามติ เพราะว่าท่านหัวหน้า คสช. ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ขนาดนายก อบต. ตำแหน่งเล็กๆ ยังไม่ให้เลือกเลย เทศบาลทั้งหลาย

ตาม รธน. 2557 ต้องมีประชามติ แต่ รธน. ฉบับนี้แก้ได้ เขาอาจจะแก้ดื้อๆ ก็ได้ เพราะไม่อยากให้เกิดความวุ่นวาย ไม่อยากทำให้เกิดการแคมเปญ อาจจะตัดประเด็นลงมติแล้วประกาศใช้เลยก็ได้ ถ้าเขาจะทำ แต่ว่าต้องยอมรับผลทางการเมืองที่ออกมา หัวหน้า คสช.เขาหวั่น เขาไม่ชอบหรอกคนมาวิจารณ์เขา วิจารณ์ก็ดุ อารมณ์เสียตลอดเวลา ต้องเตรียมใจรับประเด็นนี้ด้วยคือ อาจไม่มีประชามติ นี่ไม่ได้พูดเชียร์ให้ไม่มีนะ แต่เตือนให้คิดว่าอาจจะไม่มี

ต่างประเทศไม่ค่อยยุ่งเรื่องรัฐธรรมนูญ เพราะถือว่าเป็นกิจการภายใน เขาจะยุ่งเรืองการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล การละเมิดสิทธิมนุษยชน การอุ้มหาย การจับกุมตัวโดยไม่ถูกต้องตามระเบียบวิธีพิจารณาความอาญา

ถ้าให้มองเฉพาะตัวบทของร่าง รธน. เป็นการเคาน์เตอร์-เมเจอริทาเรียน การต้านเสียงข้างมาก คนร่างเชื่อว่าเป็นเสียงข้างมากไม่มีคุณภาพ ส่วนเรื่อง ส.ว.อะไรต่างๆ นานา ก็เห็นด้วยกับประเภทอาชีพ แต่ว่าต้องมาจากการเลือกตั้งอยู่ดี คุณสมบัติต้องแตกต่างกันไป ไม่ใช่ว่าเลือกกันเอง ไขว้กันเอง เรียกว่าแต่งตั้งแต่เป็นวิธีแต่งตั้งกันเอง

สมมุติว่าร่างนี้ไม่ผ่าน คิดว่าตอนนี้เขาคงมีแผน 2 เผลอๆ เขาร่างไว้แล้ว นายกฯเองเคยประกาศว่าเตรียมไว้แล้ว อาจจะประกาศเลยก็ได้ แน่นอนว่าไม่มีทางเอา รธน.2540 และ รธน.2550 มาใช้ เพราะฉีกเองกับมือ ถ้ามองโลกในแง่ร้ายมากๆ ก็คือหยิบธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2502 มาปรับปรุงให้ทันสมัย

ไม่ติดใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ รายมาตรา เข้าใจว่าต้องทำตาม ม.35 แต่ว่าอย่างน้อยที่สุดต้องยึดโยงกับประชาชนบ้าง เพราะความชอบธรรมในการเข้ามาร่างรัฐธรรมนูญก็ไม่มีอยู่แล้ว อย่างน้อยที่สุดต้องให้ประชาชนให้ความชอบธรรมจะด้วยวิธีการไหนก็แล้วแต่ โดยประชามติก็ได้ หรือประชามติไม่ผ่านก็เขียนไว้เลยว่า ให้ยกร่างเป็น สสร.ใหม่ ไม่ต้องกำหนดเวลาต้องเร่ง สามารถทำควบคู่กับรัฐธรรมนูญที่เขาประกาศใช้ สมมุติประกาศใช้ก็ตั้งให้มี สสร. ในช่วงนั้นเลยก็ได้ ทำให้ครอบคลุมได้

โลกต้องไปต่อ เพราะว่าพลังประชาชน สำนึกประชาธิปไตย จุดติดหมดแล้ว คำว่าประชาธิปไตยเป็นแบรนด์ทั่วโลก ยังไงก็ต้องมีการเลือกตั้ง แต่จะเลือกตั้งโดยตรงทั้งหมดหรือเลือกตั้งโดยอ้อมก็ได้ ขนาดลาวเป็นสังคมนิยมเขายังเลือกตั้งเลย แต่วิธีการจะออกมาแบบไหนเท่านั้นเอง

โอฬาร ถิ่นบางเตียว
รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ม.บูรพา

จุดอ่อนสำคัญคือการไม่เป็นประชาธิปไตยเท่าที่ควร โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับประชาชน เพราะกระแสหลังปี 40 สังคมไทยเรียกร้องสิทธิทางการเมืองมากขึ้นอย่างรอบด้าน ทั้งมิติทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เนื่องจากที่ผ่านมา พิสูจน์ชัดแล้วว่าประชาชนไม่ค่อยมีอำนาจทางเศรษฐกิจการเมืองเท่าที่ควร มีแค่การเลือกตั้ง จากจุดนี้ทำให้คนโหยหาการมีส่วนร่วม หรือความความสัมพันธ์ทางการเมืองกับประชาชน แทบทุกด้านต้องมีประชาชนหรือตัวแทนของประชาชน แต่กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ออกมา แน่นอนว่าต้องการแก้ปัญหาทางการเมืองของเรา แต่เป็นการแก้ปัญหาที่ย้อนแย้งกับความต้องการของสังคม กลายเป็นจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญฉบับนี้

จุดแข็งที่น่าสนใจคือความพยายามจะแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นข้อบกพร่องของทุกระบบการเมือง แต่การแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการทำลายความสัมพันธ์ทางการเมืองกับประชาชน ทำให้เกิดความขัดแย้งซึ่งกันและกัน จากจุดแข็งจึงกลายเป็นจุดอ่อน

สำหรับภาพรวมของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะผ่านหรือไม่ผ่านอยู่ที่การลงประชามติของประชาชน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าโดยกลไกของ คสช. ของรัฐบาล และของราชการสามารถทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านได้ แต่ปัญหาคือผ่านไปแล้วจะใช้ได้นานแค่ไหน

ส่วนในสายตาผม ไม่ผ่าน เพราะกระแสสังคมต้องการให้เกิดความสัมพันธ์กับประชาชนในทุกๆ ด้าน แต่วิธีคิดของคนร่างฯ ยังคิดว่าบางส่วนประชาชนยังไม่พร้อม บางส่วนประชาชนอยู่ภายใต้การชี้นำของกลุ่มก้อนทางการเมืองทำให้ขาดอิสระ เสรีภาพที่แท้จริงในการกำหนด

แต่ในด้านหนึ่ง ในกระบวนการประชาธิปไตย ในบางครั้งต้องเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน ผิดหนึ่งครั้งจะได้บทเรียนหนึ่งครั้ง ผิดสองครั้งจะได้บทเรียนเพิ่มขึ้น ทำให้รู้ว่าไม่สมควรเดินไปเส้นทางไหน บางครั้งความห่วงใย ความหวังดีของผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคมก็ทำลายการเรียนรู้ ทำลายประสบการณ์ของการพัฒนาประชาธิปไตยในระยะยาว

ถ้าไม่ผ่าน ปัญหาคือรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุไว้ว่า หากไม่ผ่านแล้วจะทำอย่างไรต่อ เพราะฉะนั้น ไม่ผ่านก็คือร่างใหม่ สิ่งจะตามมาคือความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจสังคมการเมืองของไทยจะดิ่งลงไป เป็นเรื่องน่าเป็นห่วง

ทางที่ดีตอนนี้รัฐบาล คสช.และ กรธ. ควรเตรียมตัวแก้รัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว 2557 เปิดช่องไว้ว่า กรณีรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน น่าจะพิจารณารัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยที่สังคมยอมรับ อาทิ รัฐธรรมนูญปี 40 และ 50 มาปรับปรุงแก้ไขใหม่เพื่อใช้ไป อาจจะทำให้ลดกระแสสังคมได้ในระดับหนึ่งถึงการต่อต้านรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย