“สนธิรัตน์” ซัด รัฐบาลเก่า ขัดแย้ง เป็นประธิปไตยของพวกพ้อง อ้อน “ประยุทธ์” รับเป็นนายกฯต่อ ชี้ เหมาะกับประเทศ
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่สนามฟุตซอลบางกอกอารีน่าหนองจอก เขตหนองจอก กทม. พรรคพลังประชารัฐ นำโดย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และคณะกรรมการบริหารพรรค เปิดตัวว่า ที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค 350 เขต และบัญชีรายชื่อ 150 คน พร้อมประกาศนโยบายพรรคชุดแรก ภายใต้สโแกน “รวมพลังสร้างชาติให้ยั่งยืน” โดยมีสมาชิกพรรคและประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 5,000 คน
นายสนธิรัตน์ ปราศรัยว่า วันนี้ขอประกาศเกียรติภูมิในการอาสารับใช้บ้านเมือง ถือเป็นการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีพี่น้องมารับฟังจำนวนมาก เชื่อว่าเลือกตั้ง 24 มีนาคม พรรคจะได้คะแนนถล่มถลายแน่นอน พรรค พปชร.ตั้งขึ้นเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้า ไม่ถอยหลังสู้วังวนความขัดแย้ง พรรค พปชร.มีผู้ร่วมอุดมการณ์ที่เชื่อว่าต้องมีพรรคทางเลือกของประเทศ พรรคนี้มาด้วยระบอบประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญ 2560 พรรค พปชร.เชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย และจะเป็นตัวประสานให้สังคมไทยก้าวไปข้างหน้าให้ได้

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า แม้กระนั้นก็ยังไม่กลุ่มคนที่ห่วงแหนความเป็นประชาธิปไตย โดยชี้นิ้วไปที่พรรคอื่นว่าสนับสนุนเผด็จการ ทั้งนี้ ประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องเพื่อประชาชน รับฟังความเห็นแตกต่าง ไม่ใช่เพื่อใครบางคน ไม่ใช่ประชาธิปไตยเพื่อพวกพ้อง พวกตน ไม่ใช่ประธิปไตยของคนที่แพ้แล้วหาพวกลงท้วงถนน ต้องไม่ใช่ประชาธิปไตย ที่หาพวกเตะฟุตบอลไม่ได้ ทั้งนี้ เราอยากเห็นทุกกลุ่มเดินหน้าต่อไป เราจะไม่ยอมให้ใครนำประเทศกลับสู่ความขัดแย้งและตกต่ำอีกแล้ว
นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า มีคนบอกว่าพรรค พปชร.ได้เปรียบพรรคอื่น แต่ลืมไปว่าเราเกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ เช่นกัน โดยรัฐธรรมนูญปี 2560 เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาทางการเมืองที่ร้าวลึก แต่มีสองพรรคการเมือง รณรงค์ให้ล้มประชามติในรัฐธรรมนูญ แต่ที่สุดแล้ว ประชาชนกลับลงเสียงประชามติให้รัฐธรรมนูญผ่าน นอกจากนี้ประชาชนยังเห็นชอบให้ ส.ว.ร่วมโหวตนายกฯได้ด้วย ดังนั้น จึงเลิกโจมตีสิ่งที่เป็นมติของประชาชนได้แล้ว จงอย่าผูดขาดความคิดของตัวเอง
นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ปลายปี 2556 รัฐบาลหนึ่งก่อปัญหาด้วยการออกกฎหมายที่ประชาชนไม่ยอมรับ ก่อให้เกิดการชุมชน จนกระทั่งมีการเลือกตั้งแล้วเป็นโฆษะ แต่เหตุการณ์ไม่จบ เหตุการณ์กลับดำเนินต่อเนื่องไปโดยที่ประเทศไทยไม่มีนายกฯ ประเทศไม่รู้จะเดินไปทางไหน เป็นสูญญากาศของบ้านเมือง มีความรุนแรงขยายตัว เป็นผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องเข้ามาหยุดความสูญเสียของประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะตอนนั้นเป็นรัฐบาลรักษาการ ไม่มีนายกฯ ประเทศเดินหน้าไม่ได้ อย่าใช้วาทกรรมว่ารัฐบาลปัจจุบันเป็นเผด็จการ มิเช่นนั้นเราคงไม่มีวันนี้
“วันนี้ถ้าประเทศมีผู้นำที่ไม่เหมาะกับสถานการณ์ ไม่สามารถทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้ ทุกอย่างที่ทำอยู่จะเดินหน้าต่อไม่ได้ หวังว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะตัดสินใจเป็นผู้นำของเราในพรรค พปชร. จัดตั้งรัฐบาล ก้าวข้ามความขัดแย้ง หากท่านมาท่านจะเป็นผู้นำในระบอบประชาธิปไตย โดย พล.อ.ประยุทธ์ จะน้อมรับกาาตัดสินใจของประชาชน เพราะบ้านเมืองนี้ต้องการคนเด็ดขาดในการตัดสินใจ ทั้งนี้พรรค พปชร.ที่มีความพร้อมมากสุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่เหมือนบางพรรคที่ผู้นำยังหาไม่ได้ แต่เรามีมืออาชีพและนักบริการมากสุด ผู้สมัครของพรรค พปชร.จะนำพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง”นายสนธิรัตน์ กล่าว

