คำปราศรัยของหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐในงานเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขต ณ สนามฟุตซอลบางกอกอารีนาหนองจอกดุเดือดเข้มข้นอย่างยิ่ง
แต่ภายในความดุเดือดเข้มข้นนั้นมีความล่อแหลมอย่างน้อยก็ 2 ประเด็นสำคัญอันอาจจะกลายเป็นปัญหาต่อเนื่อง
1 เกี่ยวกับผลงานของรัฐบาล
ขณะเดียวกัน 1 เกี่ยวกับการเข้ามาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในเดือนพฤษภาคม 2557
2 ประเด็นนี้ไม่เพียงเกี่ยวกับพรรคพลังประชารัฐโดยตรง
หากที่สำคัญเป็นอย่างมากยังเกี่ยวกับพรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคประชาชนปฏิรูป ซึ่งเป็นพันธมิตรที่สำคัญ
ทั้งหมดนี้สัมพันธ์กับการเลือกตั้งในเดือนมีนาคม 2562
หากย้อนกลับไปที่การสรุปผลปฏิบัติการ”เดินคารวะแผ่นดิน”ที่
พรรครวมพลังประชาชาติไทยนำมาสรุปความรู้สึกร่วมของเจ้า ของแผ่นดินไม่ว่าในกทม.หรือต่างจังหวัด
ในเรื่องเศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ด้วยถ้อยคำสั้นกระชับว่า
“สาหัส”
ตรงนี้สวนกับความเห็นจากพรรคพลังประชารัฐที่ว่า ผลงานของรัฐบาลนับแต่หลังรัฐประหารเป็นต้นมาดีวันดีคืนและจะดียิ่งขึ้นหากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นต่อ
เพราะอาการ”สาหัส”จากปากของพรรครวมพลังประชาชาติไทย คือ ผลงานโดยตรงของรัฐบาลและคสช.
ยิ่งความวุ่นวายอันเกิดขึ้นก่อน”ยึดอำนาจ”
ใครก็รู้ว่าเป็นแผนสมคบคิดที่มีการปูทางและสร้างเงื่อนไขโดยคนของพรรครวมพลังประชาชาติไทย โดยคนของพรรคประชาชนปฏิรูปอันเป็นพันธมิตรชิดใกล้กับพรรคพลังประชารัฐ
โดย 3 พรรคนี้ล้วนหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
อย่าได้แปลกใจหากจะมีการนำเสนอข้อมูลต่อคสช.และต่อรัฐบาล จากพรรคฝ่ายต่างๆที่แตกต่างไปจากข้อมูลอันปรากฏมาจากพรรคพลังประชารัฐ
และจะกลายเป็นหัวข้อร้อนแรงจนกว่าจะถึงวันหย่อนบัตรเลือกตั้งในเดือนมีนาคม 2562
เท่ากับพรรคพลังประชารัฐได้จุด”ประเด็น”ร้อนขึ้นโดยแท้

