หน้าแรก การเมือง เดินหน้าชน : ...

เดินหน้าชน : อารมณ์‘บิ๊กตู่’

5.02.19 | 13:00 น.

ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและส่งบัญชีรายชื่อที่พรรคเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 3 ชื่อ ระหว่างวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์นี้
การเมืองเริ่มมีสีสัน!

แต่ด้วยเงื่อนไขยิบย่อยใน “กฎเหล็ก” ต่างๆ ที่แกนนำบางพรรคพูดเต็มปากเต็มคำว่า “ดีไซน์” มาเพื่อ     พวกเรา
ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะ “กร่อย” กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
แม้ว่าเมืองไทยจะว่างเว้นจากการเลือกตั้งมา 4-5 ปีแล้วก็ตาม
เรียกว่าพรรคการเมืองทั้งฝั่งรัฐบาล (เคยเป็น รมต.) และฟากตรงข้ามต่างระแวดระวังตัว มีความรอบคอบ รัดกุมกันเป็นพิเศษ เนื่องจากหวั่นจะถูกสอยได้ง่ายๆ
โดยเฉพาะฟากตรงข้ามรัฐบาล!

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาหลายพรรคต่างนำเสนอนโยบายสุดแสนวิเศษ เพอร์เฟกต์ หวังเรียกเสียงสนับสนุนเลือกตั้งกันอย่างโอ้อวด
ดังนั้นต้องฟังหูไว้หู!
ถือเป็นธรรมชาติของนักการเมืองและพรรคการเมือง ที่จะขายฝันไปพลางๆ
จึงต้องแยกแยะนโยบายขายฝันกับการปฏิบัติได้จริงให้ได้!

ที่น่าจับตาเห็นจะเป็นพรรค “พลังประชารัฐ” ที่แกนนำเคยเป็นรัฐมนตรีผิวบางในรัฐบาลชุดนี้มาก่อน
ที่ต่างมั่นอกมั่นใจจะดัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกฯ ในระบอบประชาธิปไตยให้ได้
โดยชู “จุดแข็ง” ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง!

อย่าลืมว่าบรรดาแกนนำเหล่านั้นต่างละอ่อนประสบการณ์ ความช่ำชองทางการเมือง
เพราะส่วนใหญ่มาจากนักวิชาการและนักธุรกิจ ที่จับพลัดจับผลูเข้ามาเป็นรัฐมนตรีด้วยปลายกระบอกปืน
แม้ “กระสุน” และ “บุคลากร” แวดล้อมจะพร้อมสรรพ
แต่วงรอบความเจนจัดทางการเมืองจะมองทะลุหรือเปล่ายากจะคาดเดา?!

Advertisement

เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่เคยลงสนามเลือกตั้งที่มีการแข่งขันกันสูงมาก่อน รวมถึงตัว พล.อ.ประยุทธ์ด้วย
ที่แกนนำส่งเทียบเชิญเข้าไปถึงทำเนียบเพื่อนั่งเบอร์หนึ่งในบัญชีนายกฯของพรรค
แต่เจ้าตัวยังบ่ายเบี่ยง อ้ำอึ้ง ซื้อเวลาจนนาทีสุดท้ายว่า ยังมีเวลาคิดได้ถึง 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเปิดรับสมัคร ส.ส.และบัญชีรายชื่อนายกฯที่พรรคต้องเสนอ

และเชื่อว่าทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์เปิดเผยตัวตนที่ชัดแจ้ง เกมการเมืองจะเข้มข้นทันควัน
แคมเปญปังๆ แบบการตลาดปากต่อปาก จะถาโถมเข้าใส่เป็นระลอกๆ
ทั้งเรียกร้อง กดดัน เหน็บแนม ถากถาง ยั่วโทสะ ให้ลาออกจากตำแหน่ง เหมือนกับ 4 รัฐมนตรีก่อนหน้านี้แน่นอน
ถ้าหลุดคำพูดไม่เหมาะสมลักษณะ “มึงมาไล่ดูสิ” ออกมาอีก อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำไปโดยปริยาย
ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสังคมและคะแนนเสียงทางการเมืองอย่างยิ่ง
แม้ตอนหลังจะออกมาขอโทษแล้วก็ตาม!

เพราะจะแสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะ และการควบคุมอารมณ์ไม่ได้
อาจจะถูกนำไปขยายผลโจมตีหนักขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย
ซึ่งเป็นช่องทางขยายวงรับรู้ให้กว้างขวางและรวดเร็ว ครอบคลุมทั้งในและนอกประเทศ
ในภาวะเป็นรัฐบาลทหารอาจไม่มีใครกล้าจะตอแย
แต่เมื่อเข้าสู่โหมดแข่งขันและเปิดเผยตัวตนจริงแล้วคงไม่มีใครยอมใคร?!
ดังนั้นอารมณ์ของ “บิ๊กตู่” ยังอยู่ในอาการน่าเป็นห่วง!?!