หน้าแรก การเมือง พรรคการเมืองเ...

พรรคการเมืองเดินหน้าลุยหาเสียงเลือกตั้ง’62

4.02.19 | 13:00 น.

หมายเหตุ พรรคการเมืองต่างๆ เดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์หาเสียง หลัง กกต.เปิดรับสมัครชิงตำแหน่ง ส.ส.ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์นี้ ทำให้ผู้สมัครสามารถติดชื่อและหมายเลขในป้ายเพื่อหาเสียงได้ตามที่กฎหมายเลือกตั้งกำหนด

ธนกร วังบุญคงชนะ
รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

พรรคพลังประชารัฐได้วางยุทธศาสตร์หาเสียงไว้หมดแล้ว เช่น จะมีปราศรัยใหญ่ทั้ง 4 ภาค ภาคละ 2-3 จังหวัดใหญ่ ส่วนในจังหวัดเล็กจะมีปราศรัยย่อย แต่สิ่งที่จะเข้มข้นขึ้นหลังจากนี้คือเรื่องนโยบาย พรรคได้ประกาศชัดเจนแล้วและเชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะชื่นชอบ เช่น ส.ป.ก. 4.0, ขยายบัตรสวัสดิการประชารัฐไปยังกลุ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้น, โคบาลประชารัฐ และพักหนี้กองทุนหมู่บ้าน เป็นต้น ดังนั้น จะมีความแตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่พรรคพูดเรื่องนโยบายได้ไม่เต็มปากและยังมีลักษณะเป็นผลงานของรัฐบาลอยู่ ส่วนการหาเสียงในโลกออนไลน์ ขณะนี้นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค ได้สั่งการแล้ว และพรรคมีทีมยุทธศาสตร์โซเชียลมีเดียซึ่งจะดำเนินการอย่างจริงจังหลังจากการรับสมัคร ส.ส.วันแรก

สำหรับการชูตัวบุคคลนั้น หากภายใน 2-3 วันหลังจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตอบรับเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ เชื่อว่าจะทำให้กระแสของพรรคดีขึ้น เพราะ พล.อ.ประยุทธ์มีผลงานชัดเจน และเป็นคนที่ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งทางการเมืองกับใคร เพราะไม่ได้ทำพรรคการเมืองมาก่อน ต่างจากพรรคการเมืองอื่นที่เป็นคู่ขัดแย้งกันมาในอดีตทั้งนั้น แต่พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นลักษณะการโต้แย้งที่มีเหตุผล เช่น โต้แย้งกับกลุ่มที่โจมตีท่าน จึงเชื่อว่าด้วยคุณสมบัติเหล่านี้จะทำให้ประชาชนไว้วางใจพรรคพลังประชารัฐมากขึ้นไปอีก และถ้า พล.อ.ประยุทธ์ตอบรับคำเชิญ ก็เท่ากับพรรคจะได้ผู้นำที่เป็นตัวจริงเสียงจริง ขณะที่กลุ่มการเมืองบางกลุ่มไม่ได้ผู้นำที่แท้จริง แต่เป็นผู้นำที่เป็นนอมินี ซึ่งเชื่อว่าประชาชนทราบเรื่องเหล่านี้ดี ไม่ต้องอธิบายเยอะ

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ยังมีบางนโยบายที่พรรคพลังประชารัฐไม่ได้เปิดตัว เพราะมียุทธศาสตร์ในการเลือกช่วงเวลาปล่อยนโยบาย ขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมแก้เกมของพรรคคู่แข่งด้วย ซึ่งเราวางยุทธศาสตร์ไว้หมดแล้ว โดยนโยบายเหล่านั้นจะเป็นนโยบายด้านเศรษฐกิจ สังคม และเน้นเรื่องสวัสดิการ ซึ่งอาจจะเป็นโครงการใหม่

ทั้งนี้ เชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยในวันนี้คงไม่อยากกลับไปสู่จุดเดิม แม้จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเศรษฐกิจฐานรากไม่ค่อยดี แต่นั่นเป็นปัญหาที่สะสมมากว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งถ้าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จะทำให้งานทุกอย่างของรัฐบาลปัจจุบันมีความต่อเนื่อง และบ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้

 

ภูมิธรรม เวชยชัย
เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.)

สําหรับวันที่ 4 กุมภาพันธ์ เป็นการสมัคร ส.ส.วันแรกนั้น เนื่องจากมีกฎระเบียบมากมายจะปล่อยขบวนออกไปก็กลัวมีปัญหา จึงต่างคนต่างแยกย้ายกันไปในพื้นที่ของตัวเอง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯของพรรค และแกนนำพรรค จะมีการนำว่าที่ผู้สมัครไปสมัครที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ขณะที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯพรรค พท. จะไปพื้นที่นครราชสีมา นายชัยเกษม นิติศิริ ไปเชียงใหม่ หลังสมัครเสร็จจะไปสักการะพระแก้วมรกตซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง จากนั้นวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อจะไปสมัครที่ กกต. ซึ่งเราก็จะไปพร้อมกันอีก

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สิ่งที่เป็นปัญหาคือทาง กกต.เพิ่งมีระเบียบออกมาให้เราเห็นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เราก็กำลังศึกษาระเบียบข้อบังคับของ กกต. แม้เราจะไม่เห็นด้วยแต่เราก็ปฏิบัติตาม ทั้งที่การหาเสียงเลือกตั้งควรจะเป็นวิธีการที่ส่งเสริมให้ทุกฝ่ายได้แสดงออกเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้ข้อมูลให้มากที่สุด

นอกจากนี้คู่มือการปฏิบัติตัวทาง กกต.ก็ไม่ได้ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรับรู้รับทราบเท่าที่ควร ต้องหวังพึ่งสื่อมวลชนและทุกฝ่ายก็คงจะได้ร่วมกันเร่งประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนเกิดความเข้าใจให้มาก นอกจากนี้ทุกฝ่ายก็ระมัดระวังในเรื่องของการไปออกรายการวิทยุ โทรทัศน์ ดังนั้น การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีข้อจำกัดในเรื่องของระเบียบกติกา

สำหรับพรรค พท.หลังวันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ ผู้สมัครของพรรคทุกคนคงจะเริ่มต้นกระบวนการหาเสียง แต่ก็ยังต้องระมัดระวัง เชื่อ
ว่าหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ทุกอย่างจะอยู่บนเวทีการแข่งขันทั้งหมดรวมถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่จะต้องชัดเจนด้วย

ธนา ชีรวินิจ
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)

กําหนดการในการเปิดรับสมัคร ส.ส.เขต ของพรรค ปชป. เราจะรวมตัวกันกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ทั้ง 30 เขต ที่สำนักงานเขตดินแดง ซึ่งเป็นสำนักงานของผมที่อยู่ใกล้ๆ กับศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เมื่อผู้สมัครมากันครบทั้ง 30 เขต ก็จะเริ่มเดินเท้าเป็นแถวไปยังที่สมัคร นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค พร้อมคณะผู้สมัคร ส.ส.กทม.ทั้ง 30 คน แต่จะไม่มีเครื่องขยายเสียง รถแห่ แต่อย่างใด เพราะสถานที่อยู่ใกล้กันมาก แต่ก็อาจจะมีการเดินชูป้ายนโยบาย ป้ายผู้สมัคร ของแฟนคลับในแต่ละเขตตามมากันได้ เราไม่ได้ห้าม ทั้งนี้ ผู้สมัครทั้ง 30 คน มีความพร้อมมากในภารกิจสำคัญของวันพรุ่งนี้ ไม่มีใครขาดตกบกพร่อง หรือติดขัดอะไร

ส่วนเรื่องที่ตรงกับวันตรุษจีน จะมีการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือถือเคล็ดอะไรหรือไม่นั้น สำหรับพรรค ปชป.คงไม่มี ผู้สมัคร ส.ส.ต้องมาทำหน้าที่ก่อน เพราะหน้าที่ของประเทศชาตินั้นสำคัญ ต้องมาเป็นอันดับที่หนึ่ง จากนั้น เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ใครที่มีเชื้อสายเป็นคนจีนจะไปประกอบพิธีกรรมอะไรก็ทำได้ตามสะดวก เราไม่ได้ห้าม

เรื่องการจับเบอร์ก็เป็นดวงของแต่ละคน ทางพรรคไม่เคร่งครัดอะไร ได้เบอร์อะไรมาก็ต้องไปทำหน้าที่ต่อให้เสร็จ ซึ่งทางพรรค ปชป.จะรอให้การสมัคร ส.ส.แบบเขตเสร็จสมบูรณ์ ไม่ติดค้างอะไร เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เราก็จะเสนอบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี คือ นายอภิสิทธิ์เพียงคนเดียวเท่านั้น

วิม รุ่งวัฒนจินดา
รองผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)

เราไม่มีการเอาฤกษ์เอาชัยที่ไหน แต่เราจะนัดรวมพลเพื่อนั่งชัตเติลบัสไปพร้อมกันทั้งผู้สมัคร และแกนนำพรรค เพื่อไปให้กำลังใจกัน จากนั้น เราจะให้ผู้สมัครและแกนนำเดินจากรถไปที่อาคารกีฬาเวศน์ 2 อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ เราจะต้องเข้มข้นมากขึ้นเนื่องจากเราเป็นพรรคใหม่ ซึ่งพื้นที่ที่เราส่งผู้สมัครส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางภาคใต้ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เราจะต้องลงพื้นที่ให้มากขึ้น เช่น จากเดิมอาจจะลงวันละ 1 ครั้ง เราก็จะต้องมาปรับแผนกันใหม่ อาจจะลงเช้าเพื่อพบปะพี่น้องประชาชนแล้วตอนเย็นขึ้นเวทีปราศรัย และอาจจะต้องแบ่งเป็นสองทีมเพื่อจัดเวทีปราศรัยในเวทีที่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้แกนนำสามารถสลับขึ้นเวทีในเวลาที่ใกล้กันได้เพื่อให้แกนนำสามารถขึ้นเวทีปราศรัย และพบพี่น้องประชาชนได้ทั้งสองวิธี นอกจากนี้เราจะเน้นในเรื่องของการประชาสัมพันธ์นโยบายของพรรค เน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และการนำประชาชนออกจากความเดือดร้อนเป็นหลัก อยากขายในเรื่องของเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ทันสมัยเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนก่อน กลยุทธ์ในการหาเสียงของเราต้องฉกฉวยโอกาสในการที่จะเสนอนโยบายว่าเราจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างไร หากพี่น้องประชาชนเลือกเรา

 

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ
โฆษกพรรคภูมิใจไทย(ภท.)

แนวทางการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยจะเน้นเรื่องนโยบายเหมือนที่เคยเป็นมา โดยนอกจากนโยบายที่มาจากส่วนกลางแล้ว พรรคยังให้ความสำคัญกับนโยบายที่สอดคล้องกับพื้นที่ เราเปิดโอกาสให้ผู้สมัครเสนอนโยบายที่เหมาะสมกับพื้นที่ของเขาได้ เพราะแต่ละพื้นที่ย่อมมีปัญหาแตกต่างกัน ส่วนการชูตัวบุคคลนั้น คิดว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ได้ใช้สื่อเชิงรุกของตัวเองอยู่แล้ว โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก เช่น ช่วงที่ผ่านมา นายอนุทินพยายามเสนอเรื่องการทำงานที่บ้านเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และยังได้ทำตนเป็นตัวอย่างด้วย ขณะที่เรื่องส่วนตัว เช่น งานการกุศล เชื่อว่านายอนุทินคงปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ คงไม่ยกเรื่องนี้มาเพื่อให้ตัวเองดูดี เพราะนายอนุทินต้องการเน้นนโยบายเป็นหลัก

สำหรับการปราศรัยใหญ่ของพรรค ยืนยันว่ามีเพียงครั้งเดียวคือที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งจัดไปแล้วเมื่อวันที่ 17 มกราคม จากนี้จึงมีเพียงเวทีปราศรัยย่อย ซึ่งนายอนุทินจะไปช่วยผู้สมัครหาเสียงในทุกภาค โดยเน้นในพื้นที่ที่มีการต่อสู้แย่งชิงคะแนนกันอย่างหนัก อย่างไรก็ดี นายอนุทินวางแนวทางไว้ว่าจะไม่มีรถแห่หาเสียง เพราะไม่ต้องการให้ประชาชนได้รับผลกระทบทางจราจร และพรรคจะหลีกเลี่ยงการเดินหาเสียงในชุมชนที่กีดขวางการสัญจรของประชาชน แต่หากจำเป็นต้องลงพื้นที่ ก็จะไปด้วยจำนวนคนที่ไม่มากเกินไป จนขัดขวางการทำมาหากินของประชาชน และต้องเดินอย่างเป็นระเบียบ

นอกจากนี้ คิดว่าพรรคอาจต้องเน้นให้ประชาชนจดจำสัญลักษณ์ของพรรคภูมิใจไทยเป็นพิเศษ เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้สมัคร ส.ส.จะมีหมายเลขแตกต่างกันในแต่ละเขต ไม่อย่างนั้น ไม่ว่านโยบายของพรรคจะดีอย่างไร หากประชาชนกาผิดก็ไม่มีประโยชน์ อย่างไรก็ตาม คิดว่ายังมีคนอีกจำนวนมากที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกใคร นี่จะเป็นแรงที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร และก็มีโอกาสที่คนกลุ่มนี้จะเลือกพรรคภูมิใจไทย เพราะได้ยินมาว่าหลายคนมีความเบื่อหน่าย อยากลองพรรคที่มีนโยบายแหวกแนว ซึ่งพรรคของเราก็แสดงให้เห็นแล้วว่านโยบายมันเป็นไปได้จริงๆ จากตอนแรกที่ดูเหมือนขายฝัน โดยเฉพาะนโยบายทำงานที่บ้าน 1 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งประจวบเหมาะกับช่วงที่กรุงเทพมหานครมีปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5