‘วิชิต ปลั่งศรีสกุล’ นำซาเล้งขนมะพร้าว-สับปะรดแห่รอบเมืองสะท้อนปัญหาราคาร่วงก่อนจับเบอร์

4.02.19 | 08:53 น.

วิชิต ปลั่งศรีสกุล นำซาเล้งขนมะพร้าว –สับปะรดแห่รอบเมืองสะท้อนปัญหาราคาร่วงก่อนจับเบอร์ เฉลิมชัย ศรีอ่อน ประกาศชัด ปชป.พร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงานบรรยากาศก่อนการรับสมัครเลือกตั้ง สส. 3 เขตวันแรก ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ประจวบคีรีขันธ์ นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยเขต 1 เดินทางไปลงทะเบียนเป็นรายแรก จากนั้นนำผู้สมัคร สส.อีก 2 เขต ประกอบด้วย นายพรเทพ วิสุทธิวัฒนศักดิ์ ผู้สมัครเขต 2 นายสมนึก รุ่งกำจัด ผู้สมัครเขต 3 กราบสักการะขอพรจากศาลหลักเมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งห่างจากจุดรับสมัครเพียง 200 เมตร เช่นเดียวกับนายเฉลิมขัย ศรีอ่อน อดีต รมว.แรงงาน อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ผู้สมัคร สส.เขต 2 นำนายมนตรี ปาน้อยนนท์ ผู้สมัคร เขต 1 และ นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ผู้สมัครเขต 3 ไปไหว้ศาลหลักเมือง ก่อนไปลงทะเบียนเพื่อรอจับสลากหมายเลข โดยนายเฉลิมชัยได้นำนายจักรพันธ์ ปิยะพรไพบูลย์ หรือ สจ.เซ้ม หลานชายในฐานะคนดังในวงการในระดับประเทศ เปิดตัวลงรับสมัคร สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ในระบบบัญชีรายชื่อ

มีรายงานว่าการเดินทางไปสมัครรับเลือกตั้งของ สส ของผู้สมัครจากพรรคการเมืองขนาดใหญ่ทั้ง 2 พรรค รวมทีั้งพรรคการเมืองอื่น ไม่มีกองเชียร์เดินทางให้ไปกำลังใจเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากเกรงว่าจะมีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งและอาจถูกร้องเรียนในภายหลัง

นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล กล่าวว่า หลังเวลา 08.30 น. ผู้สมัครจากพรรคการเมืองขนาดใหญ่จะเจรจาเพื่อส่งตัวแทนไปจับสลากหมายเลข เพื่อให้ผู้สมัครเขตอื่นได้หมายเลขเดียวกัน เพื่อความสะดวกในการหาเสียง แต่น่าจะมีปัญหาจากผู้สมัครพรรคเล็กอาจจะไม่ยินยอม เนื่องจากบางพรรคส่งผู้สมัครไม่ครบทุกเขต และก่อนไปจับสลากได้นำคาราวารรถซาเล้งแห่รอบเมืองในเขตเทศบาล โดยบรรทุกมะพร้าวงอก สับปะรด พืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัด เพื่อสะท้อนปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำแต่ที่ผ่านมาแต่รัฐบาลยังไม่มีแนวทางการแก้ไขที่ชัดเจน และหากพรรคเพื่อไทยมีโอกาสเข้าไปบริหารประเทศยืนยันว่าจะเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก

Advertisement

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน แกนนำผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ยังมั่นใจว่าชาวประจวบฯยังให้การสนับสนุนพรรคเหมือนที่ผ่านมา เชื่อว่าทุกพรรคจะหาเสียงตามกติกาจากการลงคะแนนด้วยบัตรใบเดียวทั้งคนทั้งพรรค ส่วนการดูแลผู้สมัครกว่า 50 เขตในภาคกลางเน้นการเดินเข้าหาประชาชนเป็นหลักเพื่อประกาศนโยบายพรรค และเชื่อว่าหลังเลือกตั้งคงไม่มีพรรคกาสรเมืองใดได้เสียงไปจัดตั้งรัฐบาลเพียงพรรคเดียว รัฐบาลหน้าต้องประกอบด้วยหลายพรรคการเมืองทำงานร่วมกัน

“พรรคประชาธิปัตย์จะร่วมกับพรรคการเมืองอื่นหรือไม่ ต้องรอผลการเลือกตั้ง และพรรคพร้อมจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลถ้าประชาชนให้ความไว้วางใจเพื่อให้มีเสียงมากพอ และการจัดตั้งรัฐบาลยืนยันว่าพรรคที่มีเสียงมากที่สุดจะเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล แต่ถ้ามีปัญหายังมีทางออกในระบอบประชาธิปไตยให้โอกาสพรรคอื่นที่คะแนนน้อยกว่า แต่รวมเสียงข้างมากได้ ที่ผ่านมีหลายครั้งที่พรรคซึ่งไม่ได้คะแนนมาลำดับหนึ่งมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล และ ขณะนี้ยืนยันว่าไม่มีใครติดต่อเป็นการส่วนตัวเพื่อจับมือจัดตั้งรัฐบาลล่วงหน้า” นายเฉลิมชัย กล่าว