เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ อาคารผู้วินิจฉัย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย เขต 1 จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวภายหลังการจับสลากลำดับการยื่นสมัคร ส.ส. ว่าจากการมาสมัครแบบแต่ละเขตแต่ละเบอร์ทำให้ระบบมันวุ่นวายมาก แล้วความวุ่นวายจะเกิดขึ้นกับประชาชน เพราะต้องไปนั่งดูว่าตัวเองอยู่เขตไหนเพื่อจะเลือกพรรคของตัวเองถูก
“ปัญหาคือประชาชนบางคนไม่ได้ทำงานอยู่ในพื้นที่ของตัวเองไปทำงานนอกพื้นที่ ก็จะสับสนเรื่องเบอร์ของผู้สมัครที่ตนเองจะเลือกได้ คิดว่าจะสร้างความสับสน ประชาชนจะเป็นผู้เสียผลประโยชน์มากที่สุด ในการเข้าไปกา อาจเกิดความสับสนเลือกผิดพรรคก็เป็นได้” น.ส.ทัศนีย์กล่าว

ในขณะที่ นายเกรียงไกร พานดอกไม้ ผู้อำนวยการ กกต.ประจำจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ลำดับในการได้หมายเลขผู้สมัคร มีขั้นตอนคือ ครั้งแรกผู้อำนวยการประจำเขตจะเป็นผู้จับเองเพื่อให้ได้รายชื่อว่าใครจะเป็นผู้จับสลากในรอบที่สอง รอบที่สองผู้สมัครเองจะเป็นผู้จับสลากเพื่อให้ได้หมายเลขเป็นลำดับในการยื่นเอกสารการสมัคร ยังไม่ใช่หมายเลขประจำตัวผู้สมัคร
“เมื่อผู้สมัครได้ยื่นเอกสารตามหมายเลขที่จับสลากได้แล้วตั้งแต่หมายเลข 1 เรื่อยไป สมมุติว่าเขต 2 มีอยู่ 20 ท่าน ก็จะได้หมายเลข 1 ถึงหมายเลขที่ 20 เป็นลำดับในการยื่นเอกสาร แล้วในช่องทางการยื่นเอกสารจนสิ้นสุด ผู้อำนวยการเขตก็จะออกใบรับสมัครใบรับเลือกตั้งไว้ให้ อันนั้นคือสุทธิสุดท้ายว่า หมายเลขผู้สมัคร คือหมายเลขอะไร ซึ่งตามหลักการถ้าการยื่นเอกสารทุกขั้นตอนไม่มีปัญหา ลำดับในการยื่นเอกสารการสมัคร ก็คือหมายเลขผู้สมัคร จะไม่มีการจับสลากแล้ว” นายเกรียงไกรกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยิ่งสายบรรยากาศยิ่งคึกคัก โดยกองเชียร์ของแต่ละพรรคการเมืองต่างพากันมายืนชูป้ายและส่งเสียงตะโกนให้กำลังใจและมอบพวงมาลัยดอกดาวเรืองให้กับผู้สมัครในพรรคของตนเอง โดยมีเจ้าหน้าที่ กกต.เฝ้าสังเกตการณ์ตลอดเวลา

