“บิ๊กตู่” ยังไม่ตอบรับเป็นนายกฯ พปชร. อ่านนโยบายอยู่ เผื่อใจไม่ได้กลับมาด้วยแล้ว ติดอย่างเดียว คือภาระดูแลประเทศ
เมื่อเวลา 13.35 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณานโยบายพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่ากำลังดูอยู่ นำนโยบายมาศึกษา และได้อ่านไปได้เยอะแล้ว หลายๆ อย่างก็ทำกันแล้ว ส่วนเขาจะทำให้ดีต่อไปอย่างไรก็ไปดูอีกครั้ง ก็ต้องถามเขาอีกทีว่าจะทำอย่างไร ซึ่งตนจะพิจารณาไม่เกินวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ขอเวลาบ้าง เพราะตนก็ทำงานอย่างอื่นอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้สนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นการเฉพาะเมื่อไหร่ ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องทำอะไรนั่งดูเรื่องนี้เรื่องเดียว มีร้อยแปดพันเรื่องที่ต้องทำในการเป็นนายกฯและรัฐบาล ในเวลานี้ประชาชนต้องการการดูแล การขับเคลื่อนประเทศ รัฐบาลก็ทำการอย่างต่อเนื่องไม่ใช่หยุดอันนี้เพื่อไปทำอะไรอย่างเดียวมันไม่ใช่ ต้องทำหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน
เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ไม่พอใจรายชื่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค พปชร. โดยเฉพาะนักการเมืองที่มีคดีความติดตัวอยู่ในลำดับต้นๆ จะเป็นเงื่อนไขในการตอบรับเป็นนายกฯ ในบัญชีพรรคหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เรื่องรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ผมยังไม่เห็น ก็แล้วแต่พรรคเขาทำไม่เกี่ยวกับผม เพราะผมยังไม่ยุ่งเกี่ยวกับพรรคการเมืองเลย เขามีกำหนดการส่งรายชื่อของเขาอยู่แล้ว ทำไมผมจะต้องไปเกี่ยวกับเขาด้วยล่ะ ประชาชนก็ช่วยกันดูแลหน่อยแล้วกันว่าจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม เราต้องคิดถึงเรื่องการปฏิรูปเรื่องการเมือง การปรองดองสมานฉันท์ เราก็ต้องดูว่าคนที่เข้ามาทำงานการเมืองวันนี้มีใครบ้างที่ปรองดองสมานฉันท์ ไม่ใช่ต่อยตีกันตลอดเวลาก็ไปไม่ได้หมด วันหน้าการเลือกตั้งถึงจะได้รัฐบาลมา จะได้ความเชื่อมั่นหรือไม่ถ้าเรากันเองไม่เชื่อมั่นกันตรงนี้ ทุกคนต้องนึกถึงประเทศชาติเป็นหลัก”
“วันนี้ผมใช้รัฐศาสตร์นำนิติศาสตร์ทุกอย่าง ไม่ใช้นิติศาสตร์นำรัฐศาสตร์อยู่แล้ว เราเอากฎหมายมาเป็นตัวตั้ง แต่เราก็ต้องพิจารณาหาทางออก จะทำอย่างไรไม่ผิดกฎหมายและปฏิบัติได้ อย่าคิดว่าออกกฎหมายแล้วกฎหมายจะปฏิบัติได้ ถ้าปฏิบัติไม่ได้กฎหมายที่ออกมาก็ล้มเหลว กฎหมายบางตัวที่ออกมาใหม่เพื่อวัตถุประสงค์ในการแก้ปัญหาแต่ละจุด แต่การจะแก้ทีเดียวทั้งระบบอาจจะต้องลดลงบ้าง เอาประเด็นหลักมาก่อน แล้วประเด็นอื่นๆ ก็มีการแก้กฎหมายได้ทุกรัฐบาลเพื่อให้ดีขึ้น ไม่ใช่เขียนกฎหมายฉบับนี้แล้วจะให้เป็นประวัติศาสตร์ไปเลยคงไม่ใช่ กฎหมายทุกตัวต้องพัฒนาให้ดีขึ้น สร้างผลกระทบให้น้อยที่สุดไม่ใช่เป็นห่วงว่าอำนาจรัฐจะลดน้อยลง แต่ตนเกรงว่าการออกกฎหมายมาเพื่อหวังดีกับคนนี้ รวมถึงมีมาตรการลงโทษต่างๆ แต่มันจะมีผลกระทบกับผู้ที่มีรายได้น้อยไปด้วย ตนคิดละเอียดทุกอัน ไม่คิดเอาง่ายๆ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เมื่อถามย้ำว่าการพิจารณาตอบรับเป็นนายกฯในบัญชีพรรค พปชร.ได้มีการพิจารณาผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค ซึ่งมีกระแสข่าวว่านายกฯไม่พอใจใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนยังไม่เห็น เมื่อถามอีกว่าจะต้องนำรายชื่อ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคมาพิจารณาด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับตน เป็นเรื่องของพรรคก็ทำไปสิ ส่วนเรื่องของตนคือจะไปร่วมให้เขาเสนอชื่อเป็นนายกฯ ในบัญชีหรือไม่ สมมุติถ้าตนตอบรับให้พรรคเสนอชื่อ แล้วเป็นนายกฯ ขึ้นมา อะไรที่ต้องทำก็ต้องทำให้เกิดความชัดเจน ถึงตอนนั้นก็มีคนมาร่วมรัฐบาลก็คือรัฐบาลอนาคต ถ้าตนได้อยู่ตรงนั้นก็จะให้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด อะไรที่ไม่ดีก็ขอร้องว่าอย่าทำกันอีกเลยต้องสอนคนแบบนี้
เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์เผื่อใจไว้สำหรับการไม่ได้เป็นนายกฯต่อหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ผมเผื่อทุกเรื่อง ผมพร้อมทุกอย่างจะทำอะไรก็ได้ ผมก็ติดอยู่อย่างเดียว คือภาระดูแลประเทศชาติมาสามสี่ปีมีอะไรดีขึ้นตั้งเยอะตั้งแยะ แต่ก็มีอะไรที่ไม่ได้ทำตั้งเยอะตั้งแยะเหมือนกัน อะไรที่ประชาชนคาดหวังก็อยากทำให้ดีที่สุด ขึ้นอยู่กับประชาชนจะเลือกตั้งใคร”
เมื่อถามว่านอกจากเรื่องนโยบายพรรค สถานการณ์บ้านเมืองถือเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตอนนี้สถานการณ์บ้านเมืองก็ไม่มีข่าวสารอะไรที่มันทำให้สับสนอลหม่าน ทุกคนก็ร่วมมือกันดี เว้นแต่ถ้ามีใครทำให้วุ่นวายประชาชนก็ไปว่ากันเอาเอง มันต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว จะไปทำอะไรได้ และสถานการณ์วันนี้ถือว่าปกติ อย่าพูดให้มันไม่ปกติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตอนท้ายนายกฯ ได้ยกเครื่องวัดคุณภาพอากาศมาวัดอากาศบริเวณที่นายกฯ ยืนให้สัมภาษณ์อยู่ พร้อมกับกล่าวว่า พอมีคำถาม 2 คำถามตัวเลขก็ขึ้นมา 32 แล้ว

