เหมือนกับการที่ผู้สมัครจำนวนมากจากพรรคตระกูล “เพื่อ” เปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น “ทักษิณ” เป็น “ยิ่งลักษณ์” จะเป็นเรื่องตลก
แต่ก็ต้องยอมรับว่า นี่คือ “ตลกร้าย”
ด้านหนึ่ง สร้างความครึกครื้นให้กับสีสันในวันสมัครรับเลือกตั้ง ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง สร้างความหงุดหงิด
หงุดหงิดเพราะไม่เข้าใจ หงุดหงิดเพราะรำคาญ
ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงมีนักการเมืองไม่ตระหนักในความเลวร้ายของ “นักโทษ หนีคุก” หงุดหงิดเพราะรู้สึกว่าผ่านมาหลายสิบปีแล้วก็ไม่ได้ไปไหน
ทั้งๆ ที่ยังมีเรื่องน่าหงุดหงิด และไม่ทำให้เข้าใจหนักยิ่งกว่านี้อีกหลังวันที่
24 มีนาคม
หากว่าผู้สมัครเหล่านั้นได้รับเลือกจากประชาชน หากว่าพรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายของ “ทักษิณ” ฝ่ายของ
“ยิ่งลักษณ์” ชนะได้เป็นเสียงข้างมาก
นี่คือความเป็นจริงที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นไปได้
ถามว่าเหตุผลอะไรทำให้เกิดสถาน
การณ์แบบเดียวกับสถานการณ์ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 โดยมี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็น
กองหน้า
นั่นก็คือ “กปปส.” มาเล่นบทแทน “พันธมิตร”
กระทั่งในที่สุดสถานการณ์ “ชัตดาวน์” กรุงเทพมหานคร สถานการณ์สกัดขัดขวางการเลือกตั้งก็เป็นสื่อนำ
อันยิ่งยวดก่อให้เกิดรัฐประหาร
เป็นรัฐประหารโดย “คสช.” ในเดือนพฤษภาคม 2557
คำตอบอันมาทั้งโดยตรงและโดยอ้อมจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น กปปส. ไม่ว่าจะเป็นบางพรรคการเมืองก็คือ
รัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2547 เป็นรัฐประหาร “เสียของ”
คําว่า “เสียของ” ไม่เพียงแต่เพราะทำลายเครือข่าย “ทักษิณ” ไม่ได้เท่านั้น หากที่เป็นรูปธรรมอย่างที่สุดก็คือ เลือกตั้งแล้วก็ยังแพ้ให้แก่พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย
เช่นเดียวกับที่เคยแพ้ให้แก่พรรคไทยรักไทย
ในความเป็นจริงนับแต่มีการพูดถึงเลือกตั้งไม่ว่าจะเกิดในเดือนพฤศจิกายน 2561 ไม่ว่าจะเกิดในเดือนกุมภาพันธ์ หรือในเดือนมีนาคม 2562
พรรคเพื่อไทยก็ยังเป็นพรรคอันดับ 1
ยิ่งเมื่อพรรคเพื่อไทยแยกและแตกตัวออกไปเป็น พรรคประชาชาติ พรรคไทยรักษาชาติ พรรคเพื่อชาติ ก็ยิ่งทำให้เชื่อกันว่า
พรรคเพื่อไทยและพันธมิตรก็ยังจะเป็นผู้ชนะไม่แปรเปลี่ยน
ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าพรรครวมพลังประชาชาติไทย ล้วนไม่สามารถเอาชนะพรรคเพื่อไทยและพันธมิตรได้
จึงเป็นไปได้ที่จะมี “ทักษิณ” มี “ยิ่งลักษณ์” ได้รับเลือก
นั่นก็หมายความว่าบรรดาผู้ที่เคยไม่เข้าใจ ผู้ที่เคยหงุดหงิด รำคาญ ก็จะต้องไม่เข้าใจและหงุดหงิดรำคาญต่อไป
ความหมายก็คือ ไม่เพียง “เสียของ” หากแต่ยัง “เสียคน”
รัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ทำให้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ตกอยู่ในสภาพอย่างไร แวดวงการเมือง รับรู้กันเป็นอย่างดี
อย่างดีตั้งแต่เมื่อมีการตั้งพรรคและเข้าสู่การเลือกตั้งเมื่อปี 2554
กรณีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะตัดสินใจว่าจะรับเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐก็กำลังรอขึ้นไปพิสูจน์ทราบบนเวที
โดยมีคนชื่อ “ทักษิณ” และ “ยิ่งลักษณ์” ยืนมองดูอยู่

