หากมองว่าการแยกแตกตัวภายในพรรคตระกูล”เพื่อ”เป็นบาทก้าว สำคัญในทางการเมือง ก็ต้องยอมรับว่าการปรากฏชื่อ “ทักษิณ”กับ “ยิ่งลักษณ์”ก็เป็นอีกสีสันที่สร้างความตื่นตลึง
การแยกและแตกตัวภายในพรรคตระกูล”เพื่อ”อาจถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมในทาง “การเมือง”
กระบวนการปรับเปลี่ยนชื่อผู้สมัครมาเป็น “ทักษิณ”และ”ยิ่งลักษณ์” เป็นจำนวนมากโดยพร้อมเพรียงกันก็อาจถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมในทาง”การตลาด”
เป็นการตลาดซึ่งอิงแอบอยู่กับ”การเมือง”อย่างแนบแน่น
ถามว่ากกต.สามารถสกัดขัดขวางหรือไม่ ตอบได้เลยว่าแม้จะมีความพยายามแต่ก็ยาก
นี่คือบรรยากาศอันสร้างความคึกคักให้กับการเลือกตั้ง
ปรากฎการณ์แยกและแตกตัวสัมผัสได้จากการเกิดขึ้นของพรรค ประชาชาติ โดยวางเป้าหมายอยู่ที่ชุมชนมุสลิม และเน้นอย่างหนักแน่นไปยัง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
มองตัวบุคคลที่เป็นแกนนำอย่าง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ก็แจ่มชัด
ยิ่งมอง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ยิ่งไม่มีอะไรกังขา
ต่อมาจึงได้เกิดพรรคเพื่อธรรม ต่อมาจึงได้เกิดพรรคเพื่อชาติ และที่โดดเด่นเป็นอย่างมากคือการเกิดพรรคไทยรักษาชาติพร้อม กับอักษรย่อ “ทษช.”
หากไม่ติดตามพรรคประชาชาติก็ไม่สามารถเข้าใจพรรคไทยรักษาชาติได้
เมื่อถึงเวลาพรรคเพื่อธรรมก็ยุติ คงมีแต่พรรคเพื่อชาติ
ที่ไม่ควรมองข้าม พรรคเพื่อชาตินั่นเองที่สร้างสีสันให้กับชื่อผู้ สมัคร “ทักษิณ” และ “ยิ่งลักษณ์”
เป็นการตลาดในพรมแดนแห่ง”อวตาร”ทาง”การเมือง”
อย่าได้แปลกใจหากจะมีความพยายามสกัดและขัดขวางการไหวเคลื่อนต่อพรรคตระกูล”เพื่อ” ไม่ว่าจะพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคไทยรักษาชาติ พรรคเพื่อชาติ ประสบทั้งสิ้น
เห็นได้จากกรณีเวทีปราศรัยที่พะเยา กทม.
เห็นได้จากการรุกไล่ขยายผลผ่านรูปคดี หากไม่เป็นตัวผู้สมัครโดยตรงก็มักจะเป็นเครือญาติ ดำเนินไปบนกลยุทธ์การตีเมืองขึ้นของตำรวจ
แต่สีสันของพรรคตระกูล”เพื่อ”ก็ยังขยับไปข้างหน้า ไม่หยุด

