‘สาทิตย์’ ลุยหาเสียง มั่นใจผูกพันชาวตรัง เพราะร่วมชุมนุม กปปส.ด้วยกัน

6.02.19 | 20:12 น.

สาทิตย์เชิญ “ชวน” ลงจากหิ้ง บอกชาวตรังเลือกสาทิตย์จะได้นายชวน พร้อมชูนโยบายของพรรคประกันราคายางกิโลกรัมละ 60 บาทปาล์มกิโลกรัมละ 4 บาท คลอดบุตรปุ๊บรับเงินแสน เพิ่มเงินเดือน อสม.

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดตรังตลอดทั้งวันเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะเขต 2 หลังจากได้เบอร์ประจำตัวผู้สมัคร ส.ส.ตรัง เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. หมายเลข 10 ได้ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านด้วยขบวนรถแห่และเดินเท้าเคาะประตูบ้านแนะนำตัว ท่ามกลางการต้อนรับจากพี่น้องประชาชนชาวอำเภอห้วยยอด และอำเภอรัษฎาอย่างอบอุ่น แม้ว่าบางพื้นที่ประชาชนยังคงปิดบ้านเที่ยวฉลองตรุษจีนกันอยู่บ้างก็ตาม ทั้งนี้ นายสาทิตย์ ได้หาเสียงขอคะแนนเสียงจากประชาชน ได้ชูนโยบายของพรรคเรื่องประกันราคายางกิโลกรัมละ 60 บาท ปาล์มกิโลกรัมละ 4 บาท คลอดบุตรปุ๊บรับเงินแสน และเพิ่มเงินเดือน อสม. บอกชาวตรัง ให้เลือกตนนายสาทิตย์ ชาวตรังจะได้นายชวนแถมไปด้วย


นายสาธิต กล่าวว่า หลังจากมีกระแสคำถามที่เป็นข้อสงสัยและข้อกังขาว่าทำไมตนซึ่งเคยมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการบริหารพรรค ทำไมจึงมาลงสมัคร ส.ส. ระบบเขตแต่ไม่ลงระบบรายชื่อ เพราะลงระบบเขตมีความผูกพันมากกว่า อีกทั้ง ตนเองเป็น ส.ส.มา 6 สมัย ลงระบบเขต 5 สมัย ลงระบบรายชื่อ 1 สมัยเพราะมีปัญหาเรื่องเขตทับซ้อนกัน แต่หลังจากนั้นคนที่ลงเขตทับซ้อนได้ย้ายไปแล้ว ตนมองว่าการลงระบบเขตมีความผูกพันกับชาวบ้านมากกว่า สามารถซึมซับปัญหาของประชาชนพื้นฐานได้มากกว่า มองว่าลงระบบเขตแล้วติดดินดี ไม่ใช่ระบบบัญชีรายชื่อไม่ดี แต่มองว่าทำคนละหน้าที่ ตนชอบหน้าที่นี้มากกว่าและมีความสุขมากที่ได้ลงระบบเขตการเลือกตั้ง

นายสาธิต กล่าวว่า สำหรับการแข่งขันในพื้นที่เขต 2 ถึงวันนี้เป็นวันที่ 3 ของการรับสมัคร มีประมาณ 18 พรรคอยู่ในขณะนี้ ซึ่งยังไม่ถึงวันสุดท้าย และวันสุดท้ายอาจจะถึง 20 พรรคหรือมากกว่าก็ได้ มองว่าเป็นการแข่งขันที่น่ารักดี ถ้าทุกคนแข่งขันกันด้วยความสร้างสรรค์และเคารพกฎหมาย เท่าที่ฟังมาก็ยังไม่มีปรากฏว่าใครที่จะกล้าทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ก็มีกระแสข่าวอยู่บ้างว่าเตรียมตัวจะเก็บบัตรประชาชนบ้างอะไรบ้าง ข่าวที่พูดกันมากันไป ไม่มีหลักฐาน มีทีมงานที่สอดส่งดูแลอยู่ ถ้าเกิดเจอที่ไหนก็คงต้องแจ้ง กกต. ไป โดยทั่วไปตนดูบรรยากาศวันสมัครครึกครื้นดี ทุกคนก็พูดคุยกันฉันมิตร

Advertisement

นายสาธิต กล่าวว่า กรณีก่อนหน้านี้นายสาทิตย์เคยร่วมเวที กปปส. เพื่อขับไล่นายทักษิณและนางสาวยิ่งลักษณ์ ร่วมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังชาติไทย แต่ครั้งนี้นายสาทิตย์มาลงพรรคประชาธิปัตย์และแข่งขันกับพรรคของนายสุเทพนั้น มันง่ายมากที่ประชาชนจะเข้าใจ เพราะตอนนั้นชุมนุมในปี 56-57 ผ่านมาแล้วประมาณ 5 ปี

“ภารกิจตอนนั้นคือการต่อสู่กับระบอบทักษิณต่อต้านกกหมายนิรโทษกรรมและขับไล่รัฐบาลโกง ภารกิจตรงนั้นจบลงไปแล้วเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ปี 57 มวลมหาประชาชนก็จบภารกิจ ทุกคนก็กลับบ้านตัวเอง ใครทำหน้าที่อะไรก็กลับไปทำตามหน้าที่ ประชาชนเมื่อจบภารกิจก็กลับบ้านตนเอง ตนเองเป็นนักการเมืองก็กลับบ้านตนเอง บ้านตนคือพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนนายสุเทพบอกว่าไม่กลับพรรคประชาธิปัตย์อีกแล้วก็เป็นสิทธิของท่าน ความจริงแล้วก็เคยคุยกับน่ายสุเทพตอนตั้งพรรคใหม่ ๆ ถามความเห็นและเอ่ยปากชวน แต่ผมบอกว่าเรายังรักกันเหมือนเดิมแต่อุดมการณ์เราต่างกัน เรามีแนวทางทางการเมืองที่แตกต่างกันตนยังยึดมั่นกับอุดมการณ์เดิมไม่เปลี่ยนแปลงก็คืออยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ ตนมองว่าการตัดสินใจเลือก ส.ส.ในครั้งนี้มีเงื่อนไข 3 ข้อ คือนโยบาย ถูกต้อง ตรงกับปัญหาปากท้องที่เขาเจอหรือไม่” นายสาธิต กล่าว

นายสาธิต กล่าวทิ้งท้ายว่านโยบาย ประชาธิปัตย์ดีตรงที่ประกันรายได้ราคายางกิโลกรัมละ 60 บาท ปาล์มกิโลกรัมละ 4 บาท เด็กคลอดปั๊บรับสิทธิเงินแสน มันก็ได้เปรียบ ปัจจัยที่ 2 เรื่องของพรรคการเมืองประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่คนคุ้นเคยและเลือกกันมายาวนานมากหลาย 10 ปี ในยุคตั้งแต่ก่อนนายชวนลงด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นนโยบายเรื่องพรรคชัดเจน ตนเป็น ส.ส.เข้าปีที่ 23 แล้วและไม่เคยทิ้งพื้นที่ไปไหนเลยทุกงานเราไปมีปัญหาเราช่วยงบประมาณเราประสานมา ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีตอนนั้นมาดูแลมีงานใหญ่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย การไปชุมนุม กปปส. ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีความผูกพันใกล้ชิดกับคนมากขึ้น เพราะคนที่เจอตนเองบอกว่าไม่ใช่แค่คนสนับสนุนแต่เป็นเพื่อนร่วมตายที่ต่อสู้กันมาบนท้องถนนแล้ว เพราะฉะนั้นนโยบาย พรรคการเมือง ตัวบุคคล มีผลต่อการที่จะเลือก ถ้าประชาชนเลือก 3 ข้อนี้ก็ไม่มีปัญหากระทบ นี่คือความชัดเจนของตนกับพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพเองก็คงเข้าใจ ธรรมดาของการเมืองไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร