09.00 INDEX ​​​ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคพลังประชารัฐ อำนาจ การเมือง หลังเลือกตั้ง

8.02.19 | 08:08 น.

การที่รายชื่อ นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ อยู่เหนือรายชื่อ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ การที่รายชื่อ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อยู่เหนือราย ชื่อ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน

​สะท้อน “ความนัย” ลึกซึ้งในทางการเมือง

​ไม่เพียง 1 สะท้อนความสำคัญของ “กปปส.” หากแต่สะท้อน 1 ความสำคัญของ “ประชาธิปัตย์” และ 1 สะท้อนความสำคัญพื้น ที่ทางการเมืองของ “กทม.”

​แม้ว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน จะคือประธานคณะกรรมการ เฉพาะกิจรณรงค์หาเสียง แม้ว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จะคือประธานรับผิดชอบพื้นที่ภาคอีสาน

ในที่สุดแล้ว “กปปส.” กับ “คสช.”ต่างหากที่แน่นแนบจนแทบ เป็นเนื้อเดียวกัน

เมื่อมอง “กปปส.” ก็มักจะมองไปยัง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กระทั่งมองข้ามปัจจัยสำคัญ นั่นก็คือ แกนนำที่เป็นเจ้าของพื้นที่กทม. จากพรรคประชาธิปัตย์

Advertisement

ไม่ว่าจะเป็น นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ ไม่ว่าจะเป็น นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์

​ไม่ว่าจะเป็น นายสกลธี ภัททิยกุล

​รู้หรือยังว่าเมื่ออำลาจากพรรคประชาธิปัตย์ทำไมคนเหล่านี้จึงเดินเข้าทำเนียบรัฐบาล และปลายทางอย่างแท้จริงอยู่ที่พรรคพลังประชารัฐ

ไม่ใช่พรรครวมพลังประชาชาติไทยหรือห้อยโหนอยู่กับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

​ในเมื่อต่อสายกับ”คสช.”ได้ระดับนี้

​จำเป็นอะไรที่จะต้องอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ จำเป็นอะไรที่จะต้องตีวงโค้งไปยังเกาะสมุย สุราษฎร์ธานี ให้ยากลำบาก

​ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็น “แผนสมคบคิด”ก่อนรัฐประหารเมื่อ เดือนพฤษภาคม 2557 ได้ครบถ้วนกระบวนความ

ถึงแม้ว่าพรรคพลังประชารัฐจะมี 250 ส.ว.ซึ่งมาพร้อมกับคนของ คสช. แต่คำถามก็คือ ส.ส.ส่วนใหญ่จะได้มาจากพื้นที่ใดของประเทศ

​คำตอบก็คือได้มาจาก”ต่างจังหวัด”และอยู่ในเส้นสายของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน

​ใครเป็นใครหลัง”เลือกตั้ง”จะมี”คำตอบ”

นั่นก็คือ ใครสะสม”ส.ส.”ได้มากกว่า คนนั้นมี “พลัง”