การควัก “คำแถลง” แล้วยืนอ่านต่อหน้า นายดอน ปรมัตถ์วินัย โดย นายกลิน ที.เดวีส์ ที่กระทรวงการต่างประเทศ
เป็นเรื่อง “ไม่ธรรมดา”
ไม่ธรรมดาเพราะ 1 ก่อนหน้านี้มีการหารือในที่อัน “รโหฐาน” มาแล้วเป็นเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที
ไม่ธรรมดาเพราะ 1 การอ่านของนายเดวีส์มีการตระเตรียม
ไม่เพียงตระเตรียม “เอกสาร” ภาษาอังกฤษ หากตระเตรียมคำแปลเป็น “ภาษาไทย” ให้ “เจ้าหน้าที่” ยืนอ่าน “ชัดถ้อยชัดคำ”
ทั้งหมดนี้ล้วนสะท้อนสภาพอย่างที่เรียกกันว่า “เอบี-นอมัล” อย่างไม่ปิดบังอำพราง
ตรงไปตรงมา ไม่เกรงใจ
แม้ นายดอน ปรมัตถ์วินัย จะเป็นถึง “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ”
ทำไม
หาก “จำ” กันได้ก่อนหน้านี้เคยมีสภาพอย่างที่เรียกว่า “แปลงสาร” เนื้อหามาแล้ว
กับเจ้าหน้าที่ทางการ”ทูต”อย่างน้อยก็ 2 หน
หน 1 เมื่อมีเจ้าหน้าที่จากต่างประเทศคนหนึ่งกล่าวยกย่อง “ผู้นำ” ของไทยว่ายอดเยี่ยม อยากได้ “ผู้นำ” แบบนี้บ้าง
ก็มี “รัฐมนตรี”บางท่านออกมาให้สัมภาษณ์
ยกย่องความยอดเยี่ยมของ”ผู้นำ”ไทยว่าเลิศลอย กระทั่งมีบางประเทศอยากได้ไปเป็น “ผู้นำ” ของประเทศเขา
หน 1 เมื่อ “ทูต” ท่านหนึ่งพบ”ผู้นำ”ไทย
หลังจากนั้น ก็มีการแถลงข่าวแสดงถึง สันถวมิตร อันสนิทสนมระหว่าง 2 ประเทศ
และความเข้าใจอันดีต่อสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย
ทั้งๆที่ “ความจริง” มิได้เป็นเช่นนั้น
คล้อยหลังไม่นาน สถานเอกอัครราชทูตประเทศนั้นถึงกับออกเอกสารแถลงข่าว
อัน”ตรงกันข้าม”กับที่แถลงมาจาก”ทำเนียบรัฐบาล”
กรณีของ นายกลิน ที.เดวีส์ สะท้อนการสรุป”บทเรียน”ทางการเมืองได้อย่างเป็นรูปธรรม
อย่างน้อย 1 ก็มีแถลงในเรื่อง”แถลงการณ์”สหรัฐ
อย่างน้อย 1 ก็มีความเข้าใจในกระบวนการทางการข่าวของ กระทรวงการต่างประเทศและของรัฐบาลไทย
เป็นอย่างดี มิใช่ผิวๆ เผินๆ
การยืนแถลงต่อหน้า นายดอน ปรมัตถ์วินัย ณ กระทรวงการต่างประเทศไทยของ นายกลิน ที.เดวีส์ จึงมีความจำเป็น
ยืนยันเป็นการแถลงโดย”โฆษก”กระทรวงการต่างประเทศ
มิได้เป็นงานระดับ “เสมียน” หรือ “เจ้าหน้าที่เวรข่าว” กรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก
“เนื้อหา”ในคำแถลงเป็น”เอกภาพ”

