“วิษณุ” แจงท่าทีไทยต่อนานาชาติชัดเจน หลังทูตสหรัฐบี้ให้เสรีภาพ ปชช. ย้ำเป็นไปตามกม.ในภาวะบ้านเมืองไม่ปกติ
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายเกลน ที เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย หารือกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ระบุว่าสหรัฐฯกังวลกับการจำกัดเสรีภาพขั้นพื้นฐาน การจำกัดสิทธิการแสดงความคิดเห็น การชุมนุม และการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร พร้อมเรียกร้องให้ไทย ยอมให้มีการแสดงออกในเรื่องการเมือง อย่างเปิดเผย ว่า ไม่ได้ฟัง แต่ได้อ่าน อ่านแล้วไม่รู้ว่าถูกหรือผิด ไม่มีความเห็น ถ้าจะมีความเห็น คือ สิ่งที่นายดอนได้ชี้แจงไปนั้น คือท่าทีของรัฐบาล
เมื่อถามว่ามองว่าที่ผ่านมาการบังคับใช้กฎหมายของไทย ถือว่าค่อนข้างหนักอย่างที่มีการท้วงติงมาหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าจะอธิบายเรื่องนี้ต้องตั้งต้นกันก่อน ว่าสิ่งที่เราไม่ปฏิเสธและปฏิเสธไม่ได้ คือ มีการยึดอำนาจถ้าจะผิดหรือถูกก็ต้องไปตั้งต้นตั้งแต่วันที่มีการยึดอำนาจ พอยึดอำนาจแล้วผู้ที่ยึดอำนาจก็ต้องพยายามทำอะไรก็ตาม ให้สมกับเหตุผลว่าเหตุใด จึงต้องเข้ายึดอำนาจเข้ามาคลี่คลายอะไร ลบล้างอะไร และแก้ปัญหาอะไร และต้องดำเนินการต่อไปซึ่งจนถึงวันนี้การดำเนินการยังไม่เสร็จสิ้น แม้ว่าความเป็นรัฏฐาธิปัตย์หรือหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)จะหมดไป และจะลดอำนาจลงแล้ว เมื่อมีรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นมา แต่ภายใต้กฎหมายที่มีอยู่คือคำสั่งคสช. ก็ได้ปฏิบัติไปตามนั้น ไม่ได้ทำอะไรที่นอกกฎหมาย สิ่งที่พยายามจะพูดคือบ้านเมืองไทยไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ จะเอามาตรฐานของประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชนปกติขึ้นมาเรียกร้องกับรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลไม่มีสิทธิไปเถียง เพราะยึดอำนาจมา ทุกอย่างจะให้เหมือน 5 ถึง 10 ปีที่มีสภาฯ ได้อย่างไร จึงต้องมีอะไรที่หนักนิดเบาหน่อย แต่สิ่งที่เราพยายามทำ คือ มีกฎหมายอยู่หรือไม่ แล้วทำนอกกฎหมายหรือไม่ แล้วสิ่งที่ทำผิดปกติไปจากประเทศที่มีประชาธิปไตยมากน้อยแค่ไหน และเป็นไปอย่างสมเหตุสมผลตามความจำเป็นหรือไม่ ถ้าตั้งหลักได้อย่างที่บอกมานี้ ทุกสิ่งก็จะบอกในตัวเองว่าถูกหรือผิดอย่างไร
เมื่อถามว่า ท่าทีของต่างชาติที่มีต่อไทยถือว่าเป็นท่าทีที่ปกติหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถือว่าปกติ ส่วนกรณีที่เราต้องชี้แจงสมาชิกองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก็เป็นการชี้แจงตามวงรอบ 4 ปีครั้ง จึงมีคำถามที่เยอะ เพราะ 4 ปีที่ผ่านมานั้น เราอยู่มาแล้ว 2 ปี มีรัฐบาลอื่นมาแล้ว 2 ปี จึงมีอะไรที่หนักหน่อย ซึ่งมีการยึดอำนาจมา จะใช้มาตรฐานประชาธิปไตยมาวัดไม่ได้ แต่เราจะไปเถียงว่าเป็นประชาธิปไตยแล้วก็ไม่ได้ เพราะไม่เป็นวงรอบต่อไปที่ต้องชี้แจงคือในปี 2563 ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นแล้วเราจะเป็นอย่างที่เป็นเหมือนทุกวันนี้ไม่ได้ ก็จะต้องอธิบายไปอีกแบบ ถ้าจะแก้ตัวอย่างไรก็ต้องไปแก้กันอีกแบบ แต่วันนี้เมื่อยึดอำนาจมาก็ต้องทำแบบนี้ ถ้าจะผิดก็ต้องกลับไปบอกผิดตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 หรือผิดตั้งแต่ก่อน 22 พฤษภาคมว่าทำไมต้องเข้ามายึดอำนาจ

