บทนำ : ภารกิจเลือกตั้ง

นับว่าเป็นการเลือกตั้งที่มีการลงสมัครรับเลือกตั้งมากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. แถลงภาพรวมการรับสมัคร ส.ส. 5 วัน จาก 4-8 ก.พ. ว่าข้อมูล ณ 17.00 น. วันที่ 8 ก.พ. มีผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต 11,128 คน จาก 80 พรรค และมีพรรคการเมืองยื่นสมัครแบบบัญชีรายชื่อ รวม 5 วัน 72 พรรค 2,718 คน ที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ วันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ กกต.จะประกาศรายชื่อ แจ้งเป็นผู้มีสิทธิสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงผู้ที่ได้รับเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรคว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนหรือไม่

เลขาธิการ กกต.ยังแถลงถึงการสั่งลบหรือแก้ไขการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ โดย กกต.มีมติให้ลบเปลี่ยนแปลง แก้ไข การหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่เป็นการใส่ร้ายตามที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย ร้องเรียน และหลังจากนี้ พิจารณาตั้งคณะกรรมการไต่สวน ว่าเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับผู้สมัคร พรรคการเมืองหรือผู้ใด หากพบว่ามีความผิดของบุคคลทั่วไป กกต.จะดำเนินคดีอาญา แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับผู้สมัครจะพิจารณาตัดสิทธิสมัคร หากเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองอาจมีความผิดถึงขั้นยุบพรรค พร้อมกับเตือนผู้ใช้โซเชียลมีเดีย ให้ระมัดระวังการหาเสียงที่จะเข้าข่ายการใส่ร้ายป้ายสี เพราะอยู่ในช่วงเลือกตั้ง ซึ่งกฎหมายกำหนดว่าเป็นความผิดมีโทษสูงทั้งจำทั้งปรับ

คาดว่าหลังจากวันที่ 15 ก.พ. เมื่อผ่านขั้นตอนตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว ทั้ง 80 พรรคการเมือง คงเดินหน้าหาเสียงอย่างเต็มที่ ด้วยการประกาศชื่อผู้สมัครในแต่ละเขต หมายเลขในแต่ละเขต และสัญลักษณ์หรือโลโก้ของพรรค ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากกฎกติกาของการเลือกตั้งในครั้งนี้ มีข้อกำหนดต่างๆ ค่อนข้างละเอียด ที่ผ่านมานักการเมืองถูกกล่าวหาและเหยียดเย้ยว่า โกงเลือกตั้ง ซื้อเสียงเลือกตั้ง เพื่อเข้าไปถอนทุน และแก่งแย่งตำแหน่ง จากนั้นไปทุจริตคอร์รัปชั่น จนกลายเป็นเงื่อนยึดอำนาจ ในครั้งนี้ เป็นความรับผิดชอบของนักการเมืองทุกคนทุกพรรค ที่จะพิสูจน์ว่าจะแข่งขันภายใต้กฎกติกาและแสดงความโปร่งใสตรวจสอบได้ตามกฎหมาย ให้การเลือกตั้งสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนมากที่สุด และนำไปสู่การแก้ไขวิกฤตของชาติที่ยืดเยื้อเรื้อรัง

บทความก่อนหน้านี้พ่อเด็กช่างกลบางกะปิถูกตำรวจยิงดับปัดพบ.38 ข้างศพลูก ตั้งแง่จนท.ทำเกินกว่าเหตุ
บทความถัดไปเสือพบสิงห์