เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่โรงเรียนดารุสสาลาม ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค นายอารีเพ็ญ อุตรสินธ์ รองหัวหน้าพรรค พล.ต.ท.อนิรุต กฤษณะการาเกตุ รองหัวหน้าพรรค นายวราธิป มะกูดี รองหัวหน้าพรร ค นายนัจมุดดิน อูมา โฆษกพรรค ผู้สมัคร ส.ส.จาก 4 เขตของ จ.นราธิวาส และ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคในพื้นที่ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยมีผู้นำศาสนา จำนวนกว่า 500 คน มาร่วมรับฟังนโยบายจากพรรคอย่างใกล้ชิด

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่านายนัจมุดดีน ได้เชิญ ผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาชนชาติ ทั้ง 4 เขตเลือกตั้งมาแนะนำตัวให้ผู้นำศาสนาได้รู้จัก ประกอบด้วย หมายเลข 2 นายกูเฮ็ง ยาวอหะซัน เขต 3 หมายเลข 11 นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เขต 4 หมายเลข 3 มาหะมะรอปี เจ๊ะแว เขต 1 หมายเลข 11 นายสารี สะมะแอ เขต 2

จากนั้นนายอารีเพ็ญ ได้ขึ้นพูดบนเวที โดยสรุปว่า การรวมตัวของสมาชิกพรรคประชาชาติในครั้งนี้ ถือเป็นประวัติศาสตร์ที่มีมุสลิมชาวใต้เป็นหัวหน้าพรรค และในอดีตที่ผ่านมาได้ดำรงตำแหน่งมากมายและสร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาทุกคนมาแล้ว ตนในฐานะที่เล่นการเมืองมายาวนานถึง 36 ปี แต่ต้องอาศัยพรรคของคนอื่นมาโดยตลอด ทุกวันนี้คิดว่าการที่จะหยุดเล่นการเมืองเพื่อเปิดทางให้คนรุ่นใหม่ได้มาทำหน้าที่เป็น สส.บ้าง แต่เมื่อมีโอกาสได้เข้ามาอยู่ร่วมกับพรรคประชาชาติเปรียบเสมือนบ้านของตัวเองจึงมีพลังพอที่จะร่วมกันพัฒนาบ้านเมืองกันต่อไปได้อีก

ตอนหนึ่งนายอารีเพ็ญ อตรสินธุ์ ได้ยกตัวอย่างประเทศอังกฤษปกครองประเทศมาเลเซีย ซึ่งส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่อดอยาก ลำบากแร้นแค้นจนต้องทิ้งถิ่นฐานมาหางานทำให้บ้านเราจนเต็มบ้านเต็มเมือง แต่พอมีผู้นำประเทศที่มีคุณภาพ ฝีมือดี โดยใช้เวลาไม่นานคนเหล่านี้เดินทางกลับประเทศและสร้างอาชีพจนกลายเป็นคนที่มีฐานะ จนประชาชนในบ้านเรากลับต้องเดินทางไปขายแรงงานในประเทศเหล่านี้ เพราะนักการเมืองในบ้านเราอาศัยพรรคของคนอื่นอยู่ แต่ไม่มีอำนาจใดๆที่จะช่วยเหลือประชาชนเหล่านั้นได้ เพราะไม่มีอำนาจในมือ ขาดอำนาจทางเศรษฐกิจ ขาดอำนาจการปกครอง
ต่อมา พ.ต.อ.ทวี ได้ขึ้นเวทีแถลงนโยบายว่า การวางนโยบายของพรรคโดยรวมนั้น เป็นไปตามหลักของและไม่ผิดหลักของศาสนาพุทธและอิสลาม โดยหน้าที่ของทุกคนตามนโยบายพรรคแล้วต้องดูแลเด็กกำพร้าโดยรัฐอีกหนึ่งไม่ใช่ตกเป็นภาระของประชาชนเพียงฝ่ายเดียว ยึดมั่นในความยุติธรรม สร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นโดยแท้จริงให้กับทุกคน พร้อมชูนโยบาย 5 อ. คือ 1.ประชาชนต้องมีอาหารเพื่อลดความยากจน ดูแลผู้สูงอายุอย่างทั่วถึงและท้องอิ่ม พ้นความยากจนอย่างน้อยเดือนละ 3,000 บาทต่อคน 2.ประชาชน เยาวชนต้องมีอาชีพที่ยั่งยืน มีที่ทำมาหากิน มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกิน 3.มีโอกาสทางการศึกษาที่ดีและมีคุณภาพทั่วถึงเพื่อสารต่อไปยังอาชีพที่มั่นคงในอนาคต 4.สร้างสถานพยาบาล สาธารณสุข สร้างสุขภาพที่ดี การรักษาพยาบาลฟรี 5.อัตลักษณ์ ขจัดความอยุติธรรมต้องไม่มีอีกต่อไป โปร่งใส

ส่วนนายวันมูหะมัดนอร์ ได้ยกตัวอย่างการบริหารงานที่ประสบความสำเร็จจนประชาชนทั้งประเทศให้ความยอมรับและไว้วางใจที่สุดประเทศ 1 คือ ประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะนายมหาเธย์ มูฮำหมัด ผู้นำประเทศมาเลเซีย ที่มีความซื่อสัตย์ ซื่อตรงและยึดมั่นในคำพูดที่เคยให้ไว้กับประชาชนจนสามารถยึดอำนาจกลับคืนมาจากคู่แข่งกลับมาได้ ทำให้ตนคิดว่าอายุเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ประสบการณ์และความตั้งใจบริหารประเทศด้วยความซื่อสัตย์นั้น เป็นสิ่งที่จำเป็น

นอกจากนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ ได้เล่าถึงอดีตที่ตนดำรงตำแหน่งต่างๆ พร้อมกับสร้างผลงานให้กับประเทศชาติมากมาย โดยเฉพาะพี่น้องในพื้นที่ จ.นราธิวาส อาทิ การสร้างสะพานเชื่อมต่อไทย – มาเลเซีย ณ บ้านบูเกะ อ.แว้ง การสร้างถนน 4 เลนจราจรสายสำคัญหลายสาย การสร้างห้องละหมาดในบริเวณสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ จนผู้นำเทศเทศมุสลิมหลายประเทศอึ้งและยอมรับ

ก่อนนายวันมูหะมัดนอร์ ได้ให้สัมภาษณ์กับ ‘มติชน’ ภายหลังจากนำผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเดินหาเสียงภายในตลาดลองกอง เขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ว่า “วันนี้ได้นำผู้สมัคร ส.ส.เดินหาเสียงในเขตเลือกตั้งที่ 3 อ.ระแงะ คือนายกูเฮง ยาวะหะซัน พรรคประชาชาติ หมายเลข 2 ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้นำศาสนา ประชาชนในพื้นทีเป็นอย่างดี เชื่อว่าจะได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องในพื้นที่อย่างแน่นอน และในโอกาสต่อไปจะได้นำผู้สมัคร ส.ส.จากเขตพื้นที่ โดยจะตระเวนหาเสียงให้ครบทั้ง 4 เขต ของ จ.นราธิวาส รวมถึงพบปะผู้นำศาสนากว่า 1,500 คน ที่คณะกรรมการอิสลาม จ.นราธิวาส ตลอดจนภาคอีสาน ภาคเหนืออีกด้วย ส่วนการขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ในจ.นราธิวาส นั้น ขณะนี้ได้จัดเวทีไว้พร้อมทุกที่แล้ว และจะเดินทางไปหาเสียงในพื้นที่ จ.ปัตตานีต่อไป ทั้งนี้ คาดจะได้นั่ง สส.ของพรรคไม่น้อยกว่า 25 ที่นั่ง”

