ดร.จำลอง ช่วยรอด หรือแอ๊ด หนุ่มใหญ่วัย 54 ปี ผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 6 หมายเลข 2 พรรคอนาคตใหม่ เป็นชาวนครศรีธรรมราช แต่ย้ายมาอยู่ จ.นนทบุรี ตั้งแต่เด็กจบชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดปากน้ำ จ.นนทบุรี มัธยมต้นโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม จ.นนทบุรี จากนั้นไปเรียน ปวช. วิทยาลัยเทคโนโลยีวิทยาเขตพระนครเหนือ ปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ปริญญาโทหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และจบปริญญาเอก หลักสูตรปริญญารัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
ถึงแม้จะเป็นผู้สมัครหน้าใหม่แต่ผ่านงานทางด้านการเมืองมาบ้าง ปี 2552 เป็นผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปี 2553 เป็นที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการพลังงาน ปี 2556 เป็นเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการแรงงาน อีกทั้งยังเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทเกี่ยวกับทำความสะอาดและบริษัทก่อสร้างตกแต่ง ระบบสัญญาณคอมพิวเตอร์
ดร.จำลองเล่าว่า ครอบครัวเป็นคนปักษ์ใต้พ่อแม่พาเข้ากรุงเทพฯตั้งแต่ ป.3 มาอยู่นนทบุรี เหตุผลที่ขึ้นมาอยู่กรุงเทพฯเพราะเห็นได้ชัดเจนว่า ถ้าอยู่บ้านนอกลูกต้องเป็นชาวไร่ชาวนา ก็ไม่มีโอกาสได้พบความเจริญในสังคม เพราะว่าประเทศไทยเราสังคมเมืองและสังคมชนบทแตกต่างกันมากมาย เมื่ออยู่จนประกอบอาชีพจนมั่นคงแล้วครอบครัวก็มั่นคงแล้ว จึงคิดที่จะตอบแทนคุณสังคม เราจะคืนอะไรให้ประเทศไทยบ้าง เพื่อเป็นการทดแทนคุณแผ่นดิน
“เมื่อผมมาอยู่ จ.นนทบุรี ก็ได้รับโอกาสดีๆ จากนายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย นายนิทัศน์ ศรีนนท์ อดีต ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทยที่ให้โอกาสให้การศึกษาทางด้านการเมืองและประสบการณ์แก่ผมมาพอสมควร ผมเองเห็นพรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ เป็นพรรคที่เชิญทุกคนมาร่วมกันเป็นเจ้าของ เป็นพรรคที่ผมมองว่าไม่มีกลุ่มทุน ทุกคนต้องเดินด้วยอุดมการณ์ ต้องเดินด้วยแรงเราเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมปรารถนามานานแล้ว อยากให้การเมืองเป็นอย่างนี้ นักการเมืองเองต้องเป็นตัวแทนของประชาชนต้องไปรับทราบปัญหาประชาชน และพรรคอนาคตใหม่ ก็จะแจ้งบทบาทให้ประชาชนทราบว่า หน้าที่ของ ส.ส.คืออะไรเพราะมีพี่น้องประชาชนหลายคน ไม่ทราบบทบาทหน้าที่ของ ส.ส. เวลาลงพื้นที่ไปตามหมู่บ้านต่างๆ เส้นถนนพัง ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของท้องถิ่น”
ดร.จำลองบอกด้วยว่า หากมีโอกาสได้รับใช้พี่น้องประชาชน จะผลักดันงบประมาณคืนให้กับท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถที่จะดูแลพี่น้องประชาชนได้เป็นวาระแรก

