ประเมิน ผลงาน ประยุทธ์ จันทร์โอชา จาก ‘บทเพลง’

พลันที่มีการนำเสนอ 11 เหตุผลที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรเป็นนายกรัฐมนตรี “ต่อ” พลันที่มีการนำรถแห่กว่า 30 คันตระเวนไปทั่ว กทม.โดยพรรคพลังประชารัฐ

ก็สัมผัสได้ถึง “ความมั่นใจ”

มั่นใจในการสืบทอด “อำนาจ” แม้ว่าพรรคพลังประชารัฐจะไม่ยอมรับว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ แม้ว่าบุคคลที่นำเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นี่ย่อมเป็น “โจทย์” ทางการเมือง “สำคัญ”

สำคัญไม่เพียงเพราะเป็นการนำเสนอผ่านเวที “กทม.” อันถือได้ว่าเป็นจุดรวม เป็นจุดศูนย์กลางของประเทศ

ไม่ว่าในด้าน “เศรษฐกิจ” ไม่ว่าในด้าน “การเมือง” ไม่ว่าในด้าน “วัฒนธรรม”

โจทย์การเมืองนี้เท่ากับเป็นการนำเสนอไปในลักษณะทั่วประเทศ และเป็นการชุบตัวโดยผ่านกระบวนการของ “การเลือกตั้ง”

การเลือกตั้งก็คือ ท่อแห่ง “อำนาจ” ให้กับ “คสช.”

ถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สัมพันธ์อยู่กับอะไรหากนับแต่เข้าสู่อำนาจในเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา

คำตอบก็คือ สัมพันธ์กับ “รัฐประหาร”

เป็นการเข้ามาสู่อำนาจพร้อมกับคำประกาศ “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นานแล้วแผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมา”

นี่ย่อมเป็น “สัญญาประชาคม”

บางคนอาจจะชื่นชมอย่างยิ่งเมื่อได้รับฟังการแถลงผลงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์

และถือเป็น “ความสำเร็จ” อันยิ่งใหญ่

เป็นความสำเร็จที่พรรคพลังประชารัฐสามารถนำเอาไปขยายผลและต่อยอดในการชู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้อยู่ใน “อำนาจ” ต่อไป

แต่คำถามก็คือ บทเพลง “เราจะทำตามสัญญา” หายไปไหน

ต้องยอมรับว่าบทเพลง “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน แล้วแผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมา” มาพร้อมกับรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

ทุกคนล้วนได้ยิน

เพราะว่า คสช.และรัฐบาลเปิดกรอกหูทุกเช้า เย็น เสาร์ อาทิตย์ เพิ่มรอบเช้า รอบบ่ายและรอบดึก แต่แล้วอยู่ๆ เพลงนี่ก็หายไปจากวงจร

ทำไม

หรือเพราะว่า คสช.และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สามารถทำตาม “สัญญา” แล้วอย่างครบถ้วนบริบูรณ์

“แผ่นดิน” ที่ “งดงาม” ได้คืนกลับมาแล้ว

การหายไปของบทเพลง “เราจะทำตามสัญญา” พร้อมกับปรากฏตัวของพรรคพลังประชารัฐและเหตุผล 11 ข้อที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรเป็นนายกรัฐมนตรีต่างหากที่สำคัญ

เพราะนี่คือ “โจทย์” และ “ทางเลือก”

จากนี้จึงเด่นชัดว่า เหลือเวลาเพียง 1 เดือนเศษๆ วันที่ 24 มีนาคม ที่หลายคนรอคอยก็จะมาถึง วันแห่งการเลือก วันแห่งการตัดสินใจ

จะเลือก “รัฐประหาร” หรือจะเลือก “ประชาธิปไตย”

จะยินยอมให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้ความจัดเจน อาศัยผลงานและความสำเร็จจากที่ปฏิรูปการเมืองมาตลอด 4 ปีเศษเดินหน้าต่อไปอีกหรือไม่

1 สิทธิ 1 เสียงจากประชาชนจะเป็นคำตอบ

 

บทความก่อนหน้านี้คอลัมน์ เกรียนเขียนบอล : วัฏจักรของเชลซี
บทความถัดไปANTI SOTUS จี้ มจพ.สอบสวนรับน้องไม่เหมาะสม เอาผิดผู้จัด วอน หยุดล่าตัวคนในข่าว