‘ศักดิ์สยาม ชิดชอบ’การันตี‘เสรีกัญชา’ฟื้นประเทศ

หมายเหตุนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์มติชน ถึงนโยบายพรรคภูมิใจไทย ในการใช้หาเสียงเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2562 โดยเฉพาะนโยบายส่งเสริมการปลูกกัญชา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “พืชแก้จน พืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ กัญชาเสรี” •จากการลงพื้นที่หาเสียง มั่นใจในกระแสของพรรคภูมิใจไทยมากแค่ไหน ถ้าถามพรรค เรามั่นใจในการรับรู้ของประชาชน เราเชื่อว่าพี่น้องประชาชนทุกคนรับรู้ข่าวสารได้เร็ว แล้วก็มีความสามารถในการพิจารณา สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยนำเสนอนโยบายทั้ง 12 เรื่อง ไม่ว่าเรื่องการแบ่งปันกำไรอย่างเป็นธรรม (โปรฟิต แชริ่ง) ของสินค้าเกษตร เรื่องพืชพลังงานที่จะเอามาทดแทนพลังงานที่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม เรื่องปาล์มน้ำมันที่จะเอามาผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งจะส่งให้สิ่งแวดล้อมที่ดีคืนกลับมา และจะทำให้มีคุณภาพสูง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสนใจที่จะเดินทางมาประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องการแก้ปัญหาหนี้ กยศ. สิ่งที่ยั่งยืนคือการเสนอรูปแบบการเรียน ซึ่งวันนี้ในประเทศไทยมีแล้วคือการเรียนออนไลน์ แต่เขาเก็บเงิน ซึ่งมีมานานแล้ว แต่รัฐบาลอาจจะมองว่าไม่เกิดประโยชน์ ในกรุงเทพฯที่มีปัญหาการจราจรและมลพิษ เราจึงเสนอนโยบายกรุงเทพฯสะดวก คือ การทำงานอยู่ที่บ้าน 1 วัน สำหรับบริษัทที่ทำแบบนั้นได้ การเรียนอยู่ที่บ้าน 1 วัน สำหรับหลักสูตรของนักเรียนที่เรียนที่บ้านได้ แล้วสลับกันหยุด สิ่งเหล่านี้จะทำให้การแก้ปัญหาหลายเรื่องเป็นองค์รวม เรายกระดับของการดูแลสุขภาพให้พี่น้อง อสม.ที่มีอยู่ล้านกว่าคนให้เข้ามาดูแลสังคมผู้สูงอายุ ดูแลเด็ก ดูแลผู้พิการ ให้ลูกหลานเขาสามารถไปทำงานหาเลี้ยงครอบครัวได้ ซึ่งเราคิดว่าเราต้องการดูแลให้คนไทยอิ่ม ให้คนไทยมีการศึกษา ถ้าคนมี การศึกษาก็พัฒนาประเทศให้เจริญยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือนโยบายกัญชาที่จะสร้างเศรษฐกิจให้ประเทศนี้อย่างมาก เป็นการพลิกชีวิตให้คนไทยทั้งหมด สิ่งที่พรรคทำเราวิจัย เราศึกษาจริงๆ ไม่ใช่แค่คิด เพราะฉะนั้นเราจึงกล้าที่จะร่างพระราชบัญญัติที่นำเสนอข้อกฎหมายเพื่อให้เรื่องเหล่านี้นำไปสู่การปฏิบัติได้จริง ขาดเพียงแค่พี่น้องประชาชนเห็นด้วยกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยก็เลือกผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย เพื่อที่จะสามารถทำเรื่องนี้ได้ทันที โดยไม่ต้องมานั่งคิดกันอีก ดังนั้นถามว่ากระแสเราเป็นอย่างไร เราไม่รู้จนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง •ในพื้นที่ กทม. พรรคภูมิใจไทยหวังผลมากน้อยแค่ไหน เพราะส่งครบทั้ง 30 เขต เราหวังทั้ง 350 เขต และ 150 ที่ในบัญชีรายชื่อ ไม่มีที่ว่าส่งแล้วไม่เอา เพราะเราไปหาประชาชนทุกพื้นที่ ทุกเขตเลือกตั้ง ไม่มีพื้นที่ใดที่เราไม่คาดหวัง เราประชุมพรรคและบอกสมาชิกทุกคนว่า ท่านลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย ต้องลงพื้นที่พบประชาชน แล้วนำนโยบายไปอธิบายให้ประชาชนฟัง นำร่าง พ.ร.บ.ที่ร่างไว้ให้ประชาชนคนเข้าใจว่า นี่คือสิ่งที่พรรคเดินและคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะแก้ปัญหาปากท้องให้กับประชาชน และเราไม่รู้ว่าความนิยมพื้นที่ไหนเป็นอย่างไร เพราะเราไม่เคยทำโพล แต่เราเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เป็นนโยบายของพรรคตอบโจทย์ปัญหาของประเทศไทยและประชาชน ดังนั้นวันเลือกตั้งจะรู้เลยว่าเราใช่หรือไม่ใช่ •มีกระแสว่าพรรคภูมิใจไทยตีตื้นกลับมาอยู่ลำดับที่ 3 รองจากพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ เราไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เราอยู่ตรงไหน แต่เรารู้อย่างเดียวว่าเราส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งครบทั้ง 500 คน และไม่แน่ใจว่ามีกี่พรรคการเมืองครบแบบนี้ แต่ที่เราส่งครบทุกพื้นที่เพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่า เรามีความพร้อมในการเสนอตัวให้พี่น้องประชาชนเลือก เพื่อไปทำหน้าที่ผู้แทนของประชาชน และจะทำกฎหมายเร่งด่วน 12 ฉบับตามนโยบายออกมาก่อน •นโยบายที่สำคัญของพรรคภูมิใจไทยที่เน้นเป็นเรื่องสำคัญคืออะไร เราต้องการสนับสนุนให้กัญชาของไทยเป็นกัญชาเสรี แต่คำว่าเสรีต้องมีกรอบกติกา เราใช้ต้นแบบจากการศึกษาวิจัยในประเทศที่ประสบความสำเร็จ และที่ประสบความสำเร็จที่สุดคือ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยอเมริกาเองเป็นประเทศที่ต่อต้านยาเสพติดลำดับต้นๆ ของโลก แต่ขณะนี้มี 11 รัฐที่กัญชาถูกกฎหมาย โดยแคลิฟอร์เนียเป็นเบอร์ 1 ของเรื่องกัญชาที่ถูกกฎหมาย เขาเปิดเรื่องนี้ถึงขนาดที่ว่า เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2561 อนุญาตให้ร้านค้าปลีกสามารถจำหน่ายกัญชาให้กับประชาชนที่มีอายุ 21 ปี ขึ้นไป เพื่อเอาไปใช้ที่บ้านได้ สิ่งที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการที่แคลิฟอร์เนีย คือ 1.เขาควบคุมให้สามารถใช้กัญชาไปทำยารักษาโรค 2.ทำเชิงพาณิชย์ ซึ่งใครต้องการปลูกเชิงพาณิชย์ไว้ขายก็สามารถทำได้ 3.ให้ประชาชนทุกครอบครัวสามารถปลูกกัญชาได้อย่างเสรี แต่มีกรอบว่าปลูกได้บ้านละ 6 ต้น และคิดค่าปลูกบ้านละ 1 เหรียญดอลลาร์เท่านั้น และให้ผู้ที่ปลูกสามารถใช้กัญชาในการสันทนาการในบ้าน สามารถใช้ปรุงอาหาร ผสมอาหาร และปัจจุบันมีการพัฒนาในเรื่องของกัญชาที่นำไปผสมสินค้าที่นำไปขาย เช่น สปาเกตตี ไอศกรีม ชา เยลลี่ แม้แต่บริษัทน้ำอัดลมที่อยู่ในอเมริกา มีการผสมน้ำอัดลมกับกัญชา โดยมีการกำหนดในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดสภาวะมึนเมา แต่ทำให้แค่สบาย แล้วการที่แคลิฟอร์เนียทำ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะกัญชา ประมาณ 2.2 ล้านล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ ได้ปีละประมาณ 1 แสนล้านบาท ซึ่งวันนี้พอดูอเมริกาแล้วเห็นว่ามลรัฐแคลิฟอร์เนียมีประชากรเพียงแค่ 39 ล้านคน เล็กกว่าประเทศไทยที่มีอยู่ 70 ล้านคน เขามีเพียง 3 ใน 5 ของเรา แต่สามารถทำได้ขนาดนี้ และจากข้อมูลที่พบว่าเขามีกัญชา และมีการใช้กัญชาเป็นจำนวนมาก ทำให้ปริมาณการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลดลงถึง 30% และไม่เคยมีสถิติการเกิดอาชญากรรม หรือเกิดอุบัติเหตุจากผู้ใช้กัญชา และยังไม่พบว่ามีผู้ใช้กัญชาแล้วถึงเสียชีวิต แต่มีสถิติจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ว่าผู้ชายที่เสพกัญชามีปริมาณอสุจิเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้เห็นว่าวันนี้กัญชาถือเป็นพืชที่มีประโยชน์อย่างมาก เราจะเรียกว่าที่ผ่านมาถูกหลอกหรือไม่ที่ทิ้งมันไป แต่ก็ยังมีปราชญ์ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยที่เก่งเรื่องเหล่านี้และยังใช้อยู่ อีกทั้งคนทั่วไปบางครั้งก็อาจจะเสพกัญชาโดยไม่รู้ตัว เพราะมันถูกผสมอยู่ในอาหารอย่างเช่นก๋วยเตี๋ยวเรือ แต่ที่แสดงให้เห็นว่ามันเป็นสารเสพติดหรือไม่ ที่ชัดเจนว่ามันไม่ติด เพราะเราไม่กินก็ไม่ได้มีผลอะไร แต่ที่กินเพราะมันอร่อย เมื่อไปถึงร้านที่เคยกิน ก็เพียงแค่แวะไปกินเพราะมันอร่อย ไม่ใช่เพราะติด และถ้าหากมันเป็นสารเสพติด มันจะต้องมีการแสดงอาการที่จะต้องไปเสพ กัญชาไม่เคยมี วันนี้ สหประชาชาติ องค์การอนามัยโลก กำลังจะประกาศปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติด แต่ที่ไปเร็วว่านั้นคือประเทศอิสราเอลที่ออกกฎหมายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมากำหนดให้ประเทศสามารถส่งออกกัญชาได้ สำหรับประเทศไทย เป็นประเทศที่มีภูมิศาสตร์ ตามธรรมชาติที่ดี และมีพันธุ์กัญชามากมาย แล้วเรารออะไรอยู่ เรารอเพื่อจะซื้อของแพงหรือ อย่างไรก็ตามผมดีใจที่รัฐบาลออกกฎหมายที่ปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดและให้ใช้ในทางการแพทย์และปลูกในเชิงพาณิชย์ได้ แต่ที่รัฐบาลควรทำคือ ต้องให้ประชาชนเข้าถึงกัญชาได้อย่างเสรี ต้องปลูกได้บ้านละ 6 ต้น ที่เป็นไปตามต้นแบบแคลิฟอร์เนีย ที่ทำมาแล้ว คือเก็บค่าปลูกต้นละเหรียญ คือ 30 บาทไทย ดังนั้นประเทศไทยก็ไม่ควรเกินกว่านั้น สิ่งเหล่านี้จะทำให้พี่น้องประชาชนไม่ต้องไปซื้อจากการทำกัญชาเชิงพาณิชย์ เพราะจะมีราคาที่สูง แต่ถ้าเปิดเสรีกัญชา ชาวบ้านสามารถปลูกได้เอง 6 ต้น เสียเงิน 180 บาท ซึ่งก็จะมีกัญชาที่จะใช้ 6 กก./ปีเป็นอย่างต่ำ วันนี้หากไปซื้อกัญชาในตลาด 6 กก. 7 หมื่นบาทต่อ 1 กก. ก็ต้องเสียเงิน 4.2 แสนบาท มันคือเรื่องอะไร ดังนั้นหาปลูกเองต้นละ 30 บาท 6 ต้น เพื่อใช้ในครัวเรือน หากเหลือใช้ก็สามารถขายได้ โดยเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะเป็นผู้รับซื้อ ในเมื่อรัฐสามารถทำองค์กรยาสูบได้ ทำไมจะทำองค์กรกัญชาไม่ได้ รัฐจะต้องมีหน้าที่เข้ามาดูแลเรื่องเหล่านี้ พร้อมทั้งจัดโซนนิ่ง เอกชนหรือบริษัทที่จะเข้ามาซื้อ ต้องซื้อผ่านรัฐ ไม่ใช่ซื้อจากประชาชนโดยตรง ถ้าจะมาขอใบอนุญาตทำเชิงพาณิชย์ ก็ต้องดูว่าพาณิชย์อย่างไร ถ้าทำสินค้าที่มีมูลค่าสูงต้องโปรฟิต แชริ่ง (การแบ่งปันผลกำไร) ให้กับตามมูลค่าสินค้า นั้นคือตัวแบบที่พรรคภูมิใจไทยมองว่าจะสามารถสร้างเม็ดเงินจากกัญชา และนำมาลดภาษีได้ไม่น้อยกว่า 2% จาก 7% เหลือ 5% นี่คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยมอง แต่สิ่งที่เรามองต่อจากนี้คือ วันนี้มีคนเก่งๆ ในประเทศเป็นจำนวนมาก เนื่องจากที่ผ่านมาจะเห็นว่าเยาวไทยไปแข่งขันระดับโลกได้รางวัลมาเป็นจำนวนมาก แต่เราไม่เปิดโอกาสให้คนเหล่านี้ได้ทำผลงานในประเทศ และสุดท้ายก็ถูกซื้อตัวไปทำงานที่ต่างประเทศ หากวันนี้รัฐอุดหนุนให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถมาร่วมกันคิดพัฒนาทำวิจัยกัญชา รับรองได้ว่าไม่มีอะไรที่ประเทศไทยจะเสียหาย ถ้าจะถามว่าหากเปิดเสรีแบบนี้ราคากัญชาจะตกหรือไม่ วันนี้แคลิฟอร์เนียทำอยู่แล้ว ราคายัง 7 หมื่นอยู่เลย แล้วประเทศไทยจะต่ำกว่า 7 หมื่นได้อย่างไรในเมื่อสายพันธุ์กัญชาในประเทศไทยมันดีกว่า แต่ที่สำคัญที่สุดสายพันธุ์กัญชา รัฐต้องเป็นเจ้าของสิทธิบัตร ไม่ใช่ปล่อยให้คนอื่นมาเป็น อย่างเช่นสิทธิบัตรพันธุ์ ข้าว กข.15 แล้วประชาชนสามารถมายื่นปลูก ส่วนกัญชาปลูกแค่ 4 เดือน ก็ได้ผลผลิตแล้ว พรรคภูมิใจไทยยังมองว่าตรงนี้จะเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่มีอนาคตแน่นอน วันนี้เราก็เห็นอยู่แล้วว่าพืชเศรษฐกิจทุกตัวเกษตรกรมีแต่หนี้ แล้วก็ยากจน กัญชาจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่จะมาแก้ปัญหาความยากจนให้กับพี่น้องประชาชน วันนี้เกษตรกรหรือคนไทยทั้งประเทศจะว่าจนหรือไม่ ไม่รู้ เพราะมีการแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 10 กว่าล้านใบ ดังนั้นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยทำคือประชาชนจะต้องรวย 4.2 แสนบาท/ปี สำหรับกัญชา 6 กิโล ทุกครอบครัว กัญชาจึงจะเป็นพืชเศรษฐกิจและแก้ปัญหาความยากจนให้กับประชาชน •อาจจะถูกโจมตีว่าเป็นการมอมเมาคนทั้งประเทศและส่งเสริมให้ปลูกสิ่งเสพติด ถ้ากัญชาเป็นปัญหาที่เรากลัว เหล้า เบียร์ ไวน์ บุหรี่ ทำไมบริหารจัดการได้ กัญชานี่เล็กกว่ามาก เราสามารถที่จะมีกฎหมายมาบังคับใช้ได้ว่าห้ามดื่มแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดในขณะใช้ยานพาหนะซึ่งก็จะมีโทษหนัก แล้วกัญชาทำไมเราจะควบคุมไม่ได้ แต่จากการศึกษาของพรรค เรารู้เลยว่าคนเสพกัญชาไปไหนไม่รอด เพราะกัญชามีฤทธิ์ทำให้ง่วงนอน ในต่างประเทศนำไปใช้ในเรื่องที่เป็นประโยชน์มาก จากข้อมูลของประเทศไทย ก่อนปี 2505 ประเทศไทยไม่มียาเสพติดประเภทอื่น มีแต่กัญชา แต่หลังจากนั้นเมื่อกัญชาถูกควบคุมให้เป็นยาเสพติด จึงมีผู้หันมาใช้ฝิ่น ใช้เฮโรอีน และยาเสพติดอื่นๆ ขณะที่ในต่างประเทศมีการนำกัญชามาใช้บำบัดผู้ป่วยที่ติดยา เมื่ออยากยาจะนำสารสกัดจากกัญชามาหยอดใส่ผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยหลับ โดยปัจจุบันปราชญ์ชาวบ้านของคนไทยก็สามารถสกัดน้ำมันจากกัญชามาใช้ประโยชน์ได้แล้วเช่นกัน สิ่งเหล่านี้ถ้ากฎหมายให้โอกาสจริง ต้องไม่ควบคุมการใช้แค่ทางการแพทย์ในแผนปัจจุบันเท่านั้นที่จะต้องมีแล็บตรวจทดสอบโดยคน ทำให้เสียโอกาสเพราะจะต้องนำเข้าจากต่างประเทศในราคาที่สูงมาก ซึ่งในขณะนี้ใน รพ.ของรัฐ ใช้มอร์ฟีนเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดอย่างรุนแรงให้กับคนไข้ แต่ต่างประเทศใช้กัญชา อีกทั้งไม่มีไซด์เอฟเฟ็กต์ว่าจะเสพติดหลังใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพราะเมื่อรักษาร่างกายหายแล้วก็เลิกใช้ได้ตามปกติ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้อาจจะเห็นว่ากัญชามีด้านที่ไม่ดีอยู่บ้าง เราก็ต้องหาวิธีในการป้องกัน เสียงที่คัดค้านก็ต้องบอกเหตุผลมา คนที่เป็นรัฐบาลก็ต้องหาวิธีการอธิบายว่าจะแก้ไขอย่างไร แต่พรรคภูมิใจไทยคิดวิธีไว้หมดแล้ว เพราะได้ทำกฎหมายไว้อยู่แล้ว หากเลือกพรรคภูมิใจไทย เราทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง •จะตรวจสอบได้อย่างไรว่าบ้านที่ปลูก 6 ต้นนั้นจะไม่มีการจำหน่ายให้กับผู้อื่นด้วย เราต้องมีกฎหมายที่เด็ดขาด เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ดูแลเรื่องนี้ จะต้องปฏิบัติอย่างเข้มงวด ทุกเรื่องถ้าปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเข้มงวด เราสามารถที่จะควบคุมได้ทุกอย่าง พรรคเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐมีความเข้มงวด อย่างเช่นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็สามารถไปจับกุมพื้นที่สาธารณะได้เป็นจำนวนมาก อย่างนี้ต้องชื่นชม หรืออย่างกรณีที่มีการไปล่าสัตว์ในป่าสงวนฯ ก็ถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินคดี ก็ต้องชื่นชมเจ้าหน้าที่ แต่สิ่งที่คนไปตั้งคำถามว่าจะมีเจ้าหน้าที่บางคนละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เราก็ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา ผมเชื่อว่าวันนี้จะปลูกเกินเพื่ออะไร ในเมื่อบ้านข้างๆ ก็ปลูกได้ แล้วทำไมผมต้องไปซื้อของคุณ •จะต้องมีการจัดโซนนิ่งพื้นที่หรือไม่ หรือสามารถปลูกได้ทั่วประเทศ พรรคกำลังดำเนินการที่จะยื่นเรื่องให้รัฐบาลเตรียมข้อมูลได้แล้วว่า เรามีกัญชาสายพันธุ์เท่าไหร่ อยู่ที่ไหนบ้าง เพื่อวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ รัฐบาลไม่ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือกระทรวงพาณิชย์ก็ตาม จะต้องรีบยื่นจดเป็นเจ้าของสิทธิบัตร ไม่ใช่ให้ต่างประเทศ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งมาเป็นเจ้าของ เมื่อรัฐเป็นเจ้าของสิทธิบัตรเหล่านี้ รัฐจะรู้เลยว่าจะสามารถอนุญาตให้ใครปลูกได้บ้าง ปลูกตรงไหน ปลูกอย่างไร แต่ละภาคเขามีของเขาเอง ประเทศไทยมีกัญชามากกว่า 1,000 สายพันธุ์ แต่ละ 1 สายพันธุ์จะมีสารเฉพาะที่แตกต่างกัน และนำไปสกัดยารักษาโรคได้แตกต่างกัน นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่เราไม่ห่วงเรื่องตลาด เพราะวันนี้ยาที่ผลิตมาจากกัญชามีไม่มาก แต่ว่าในอนาคตจะมีมากเพราะเชื่อว่ายาที่ผลิตจากกัญชามันไม่มีผลข้างเคียง มีแต่เรื่องที่ทำให้เกิดประโยชน์ ทำให้เห็นว่าโรคที่รักษาไม่ได้ มันรักษาได้โดยกัญชา เช่น โรคพาร์กินสัน โรคนอนไม่หลับ ต่อไปก็จะได้ไม่ต้องกินยานอนหลับ หรือโรคฮอร์โมนไม่สมบูรณ์ ก็สามารถใช้กัญชาได้ โรคมะเร็งก็เช่นกัน วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นคือโอกาสของประเทศไทย ถ้าเรารีบเดิน ถามว่าเร็วหรือช้า ไม่มีอะไรเร็ว ไม่มีอะไรช้า ถ้าคุณเริ่มเดินวันนี้ แต่ถ้าคุณไม่เริ่มเลย ให้ประเทศอื่นเดินไปก่อน สุดท้ายเราก็ต้องซื้อ คุณก็มานั่งด่ากันว่า โง่ โง่ โง่ โง่ อย่างนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย •รัฐบาลจะต้องเป็นผู้เก็บรวบรวม และตรวจสอบเมล็ดพันธุ์ในแต่ละภูมิภาค ให้แต่ละครัวเรือนใช่หรือไม่ ถูกต้อง เมล็ดพันธุ์จะต้องเป็นต้นที่มีคุณภาพ วันนี้เราไม่ต้องห่วงว่าชาวบ้านเขาจะปลูกได้หรือไม่ เพราะถ้าทำนาทำไร่ได้ เขาก็สามารถปลูกได้ทั้งหมด สิ่งเหล่านี้สุดท้ายจะทำให้พืชทางการเกษตรชนิดอื่นกลับเข้าสู่กลไกการตลาดที่สมดุล เพราะว่าเมื่อเราปลูกข้าวได้กำไรไม่มาก แต่ปลูกกัญชา 1 ต้น ได้ 70,000 บาท คุณจะปลูกอะไร ต่อไปก็ปลูกข้าวไว้กินเอง และเมื่อข้าวไม่ล้นตลาด ราคาก็จะต้องเพิ่มขึ้น แล้วเรื่องทั้งหมดรัฐจะต้องเป็นผู้บริหารจัดการ จะปล่อยให้คนกลางมาเป็นคนบริหารจัดการแล้วสร้างภาวะแบ่งปันไม่เป็นธรรมไม่ได้อีกต่อไป ฉะนั้นกัญชาก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องใช้หลักโปรฟิต แชริ่ง ดังนั้นไม่ต้องเป็นกังวลเพราะพรรคภูมิใจไทยได้ทำวิจัยเรื่องนี้ไว้ทั้งหมดแล้ว •มั่นใจว่านโยบายนี้ไม่เป็นการมอมเมาประชาชน ถ้ากัญชาคือการมอมเมาประชาชน แล้วไม่สมควรมี เราก็ควรยกเลิกสัมปทานเหล้า เบียร์ บุหรี่ทั้งหมด และนโยบายนี้ทำได้จริงไม่ได้ขายฝัน เพราะแคลิฟอร์เนียประสบความสำเร็จมาแล้ว แล้วเขาฝันตรงไหน แล้วยังมีคนเดินทางไปแคลิฟอร์เนียเป็นจำนวนมากเพื่อรักษาโรคที่ตัวเองเป็นอยู่ ถ้าเราทำแบบนี้ได้จริง ก็จะมีคนจากทั่วโลกเดินทางมาประเทศไทยเพื่อรักษาโรคด้วยกัญชา และเมื่อเดินทางมารักษาโรค ก็ต้องมาอยู่ มาซื้ออาหาร มีการใช้จ่าย ทำให้ระบบเงินหมุนเวียน แล้วมีคำถามว่าเราจะปิดกั้นไม่ให้ต่างชาติมายุ่งเกี่ยวกับกัญชาไทยหรือไม่ เราไม่ควรปิดกั้น ถ้าต่างชาติเอาทุน เอาเทคโนโลยีเข้ามาเราต้องให้เขา เพราะที่ผ่านมาเราก็สนับสนุนให้ต่างชาติตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ และยังให้บีโอไอ แล้วทำไมไม่สนับสนุนให้ต่างชาติเข้ามาสร้างโรงงานแปรรูปกัญชาของไทย แต่สิ่งสำคัญเมื่อแปรรูปแล้วต้องโปรฟิต แชริ่ง ให้รัฐบาล ไม่ใช่ให้เขากำไรฝ่ายเดียว แล้วเราเชื่อว่าเงินที่ได้จากธุรกิจกัญชาทั้งหมดมันจะมากมายมหาศาลจนทำให้ประเทศนี้เปลี่ยนไป เคยมีคำทำนายว่าบ้านเราจะเจอบ่อน้ำมัน ผมเชื่อว่าเราเจอแล้ว บ่อน้ำมันกัญชานี่แหละ •หลังการเลือกตั้ง จะได้ ส.ส.มากกว่าการเลือกตั้งปี 2554 หรือไม่ มั่นใจว่าเราจะได้ ส.ส.มากขึ้น ถ้าประชาชนพิจารณานโยบายของพรรคภูมิใจไทยอย่างรอบคอบ ผมเชื่อว่าเรามีโอกาสเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะว่าขณะนี้สิ่งที่เราจะทำนั้นเป็นสิ่งที่เป็นปัญหาของประชาชนจริงๆ คนถ้าสุขภาพดี การศึกษาที่ดี เศรษฐกิจที่ดี ทุกอย่างจะไปได้ดี ดังนั้น สิ่งที่เราพูดมาตลอดคือการลดอำนาจรัฐ เพื่อปากท้อง พี่น้องประชาชน นั่นคือแนวทางของพรรคที่จะเดินหน้าให้กับประเทศ •จะสร้างความหวังให้กับประชาชนได้อย่างไรว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวพรรคภูมิใจไทย จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี เราไม่เคยสร้างความหวัง เราอยู่บนโลกของความเป็นจริง หัวหน้าพรรคพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว และเสนอตัวโดยกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย หากประชาชนเลือกตามนโยบายที่เรานำเสนอทั้งหมด พรรคก็พร้อมทำงาน ไม่ได้พร้อมหลังเลือกตั้ง ตอนนี้ก็พร้อมอยู่ตลอดเวลา ไม่เพียงแต่หัวหน้าพรรค บุคลากรในพรรคก็พร้อมที่จะทำหน้าที่ในการเป็นผู้บริหาร หรือการทำหน้าที่ในฝั่งนิติบัญญัติเพื่อดูแลพี่น้องประชาชน ศศินภา วัฒนวรรณรัตน์

บทความก่อนหน้านี้‘ชมพู่ อารยา’ ไม่ซีเรียส หลัง ‘ฟ้ารักพ่อ’ ถูกโยงการเมือง
บทความถัดไปจากปรากฏการณ์ละคร‘บุพเพสันนิวาส’สู่‘ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง’กับบทสะท้อนของความเป็นไทย โดย : ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร