ข่าวลือเรื่อง “รัฐประหาร” สะท้อนความเปราะบางและความอ่อนไหวของสถานการณ์การเมืองได้เป็นอย่างดี
ทั้งๆ ที่เหลือเพียง 40 กว่าวันก็จะมี “การเลือกตั้ง”
ทั้งๆ ที่ คสช.และรัฐบาลได้ออกมาตอบโต้และทำความเข้าใจ ด้วยความรวดเร็วและทันท่วงที
ไม่ว่าจะโดยการแถลงของ “นายกรัฐมนตรี”
ไม่ว่าจะโดยการแถลงของ “กระทรวงกลาโหม” ซึ่งรับผิดชอบโดยตรงต่อความมั่นคง และการเดินหน้าของ “คสช.”
ไม่ว่าการตระเตรียมของฝ่ายกฎหมายเพื่อประสานกับการเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจของสำนักนายกรัฐมนตรี
ถือได้ว่าเป็นการตอบโต้ “ข่าวลือ” ได้อย่างทรงประสิทธิภาพ
ต้องยอมรับ ว่า หัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรีรับมือกับสิ่งที่เรียกว่า ข่าวเท็จ ข่าวปลอม ข่าวบิดเบือน ได้อย่างมีกัมมันตภาพเป็นอย่างสูง
ไม่เพียงแต่ให้ความสนใจตั้งแต่เช้าตรู่เมื่อเข้าทำเนียบรัฐบาล
หากในระหว่างทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการสร้างความรับรู้สู่ชุมชน อันกอปรด้วยปลัดกระทรวง อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เลขาธิการ กอ.รมน.
ก็ยังได้มอบหมายให้ “กระทรวงมหาดไทย” รับผิดชอบในการทำความเข้าใจ ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหอกระจายข่าวหมู่บ้าน 70,000 กว่าแห่งทั่วประเทศ
เท่ากับเป็นการใช้หน่วยงานทั้ง สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.)
เพื่อบดขยี้สิ่งที่มาจากคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 2/2562 ซึ่งเป็น “ของปลอม”
ไม่ว่าปฏิบัติการ ข่าวเท็จ ข่าวปลอม ข่าวบิดเบือนจะมีรากฐานมาอย่างไร แต่ก็ต้องยอมรับว่าข่าวเท็จ ข่าวปลอม ข่าวบิดเบือน ปรากฏขึ้นในความอ่อนไหวทางการเมือง
เป็นความอ่อนไหวอันเริ่มจาก “โซเชียลมีเดีย” แล้วแพร่ระบาดออกไปอย่างรวดเร็ว
ทุกอย่างจบลงได้ด้วยประสิทธิภาพจาก “ข่าวจริง”

