รายงาน : สถานะ การเมือง ของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ความหวัง เชื่อมั่น

การตรวจสอบความนิยมของพรรคการเมืองมีความสำคัญยิ่ง ไม่ว่าก่อน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ธันวาคม หรือภายหลังจากนั้น

ปรากฏว่าคะแนน “นำ” ยังเป็นของพรรคเพื่อไทย

ระยะหลังคะแนนของพรรคพลังประชารัฐอาจดีขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถทะยานไปเหนือกว่าของพรรคประชาธิปัตย์

ไม่จำเป็นต้องนำไปเทียบกับพรรคเพื่อไทย

เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตัดสินใจรับเป็นรายชื่อเพียงหนึ่งเดียวที่พรรคพลังประชารัฐเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี อาจทำให้พรรคพลังประชารัฐมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

เห็นได้จากรถแห่หาเสียงกว่า 30 คันในพื้นที่ กทม.

แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นหลักประกันอันใดที่พรรคพลังประชารัฐจะแซงพรรคประชาธิปัตย์ไปหายใจรดต้นคอพรรคเพื่อไทยได้

พรรคเพื่อไทยจึงยังเป็นอันดับ 1

การเป็นอันดับ 1 ของพรรคเพื่อไทยมิได้เป็นเรื่องเลื่อนลอย ตรงกันข้าม มีฐานรองรับจากความนิยมที่เคยมีต่อพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน

และโดยเฉพาะการเลือกตั้งล่าสุดเมื่อปี 2554

แม้จะมีการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่ออำนวยประโยชน์ให้กับ คสช.และพรรคพลังประชารัฐอันเป็นมือไม้ที่จัดวางเอาไว้

แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ทำให้พรรคพลังประชารัฐขึ้นเป็นอันดับ 1

แม้ว่าพรรคอันเป็นพันธมิตรของพรรคเพื่อไทยบางพรรคจะประสบมรสุม ในทางการเมือง แต่ก็มิได้กระทบต่อคะแนนและความนิยมของพรรคเพื่อไทยมากนัก

หากพรรคเพื่อไทยจัดวางบทบาท นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้เหมาะสม

เป็นความเหมาะสมโดยมี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นตัวหนุนเสริม จะยิ่งทำให้คะแนนความนิยมของพรรคเพื่อไทยพุ่งขึ้นสูง

ในฐานะนายกรัฐมนตรี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีจุดโดดเด่น

หากมองผ่านรัฐธรรมนูญ หากมองจากเงื่อนไขที่ คสช. และพรรคพลังประชารัฐครองความได้เปรียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก 250 ส.ว. ที่มีอยู่ในมือ

พรรคเพื่อไทยและพันธมิตรอาจเป็น “รอง”

เพราะว่าโอกาสของพรรคเพื่อไทยและ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มิได้อยู่ที่การกำชัยจากสนามเลือกตั้ง โดยได้มาเป็นอันดับ 1 เท่านั้น

หากแต่ยังต้องระดมกำลังให้ได้มากกว่า 376 ส.ส.

กระนั้นสถานการณ์นับวันก็จะยิ่งแยกจำแนกและก่อรูปของการต่อสู้ 2 แนวทางให้มีความเด่นชัดเป็นลำดับ

1 แนวทางเอา คสช.แนวทางเอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ขณะเดียวกัน 1 แนวทางไม่เอา คสช.แนวทางไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และแนวทางไม่เอารัฐประหาร

แนวทางนี้จะสร้างจุดเด่นให้พรรคเพื่อไทยและพันธมิตร

มีความจำเป็นที่พรรคเพื่อไทยจะต้องชูภาพของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ขึ้นมาให้เป็นตัวเปรียบเทียบกับภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ความหมายก็หมายความว่าเป็นการสร้าง “ความหวัง”

เป็นการขายความหวังอันมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นตัวขับเคลื่อนเพื่อก้าวให้พ้นจากความล้มเหลวที่เห็นกันอยู่ในห้วง 5 ปี หลังรัฐประหาร

หากเกิด “ความหวัง” ก็จะนำไปสู่ “ความมั่นใจ”

บทความก่อนหน้านี้นิวส์โน้ต : แผนแตก!
บทความถัดไปใช้วิธี‘ถาม 5 ครั้ง’ ว่าทำไมนายกฯต้องมาจากส.ส. : โดย กล้า สมุทวณิช