“ระเบียบรัตน์”ลงบันทึกประจำวัน เฟซบุ๊คโพสต์พาดพิงรุนแรง
———————
เมื่อเวลา 16.00น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่สภ.เมืองขอนแก่น นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช เดินทางเข้าแจ้งความเป็นหลักฐานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ “เสาวนิตย์ การสุทธิ์” โพสต์ข้อความสาธารณะข้อความว่า “เช้านี้ วันที่ 11 ก.พ.62 ในรายการทีวี ดร.สุขุม นวลสกุล ได้พูดออกอากาศว่า คุณระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช คุณแม่ของหน.พรรค ทษช.ชี้แจงว่า ได้โทรคุยกับลูกชายแล้ว ลูกชายบอกว่า เดิมไม่เคยทราบมาก่อนว่าจะเสนอพระนามทูลกระหม่อมฯ ดร.สุขุมแนะนำว่า การพูดแก้ตัวของคุณระเบียบรัตน์ดังกล่าวนี้ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อพรรค ทษช. เพราะเท่ากับมีผู้ครอบงำพรรคได้ เพราะสั่งได้ โดยหัวหน้าพรรคเองยังไม่มาก่อน มาทราบก็ตอนประชุมพรรคว่ามีการสั่งมา ให้คุณระเบียบรัตน์รีบลบโพสต์ถ้อยคำแก้ตัวดังกล่าว ตอกฝาโลงพรรค ทษช. แถมเหยียบลูกชายตัวเองให้ตายสนิท โธ่ป้าเบียบแกว่งปากหมาหาเสี้ยน”
ผู้แจ้งประสงค์จะลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพื่อให้สืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดและเพื่อจะนำเอกสารการรับแจ้งความเป็นหลักฐานนี้ และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องไปแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สืบสวนหาตัวผู้กระทำมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นางระเบียบรัตน์ กล่าวว่า เนื่องจากมีคนโทรมาเตือน และ นายเสริมศักดิ์แจ้งว่ามีการกล่าวพาดพิงตนในการจะไปกระทบกลุ่มบุคคลพรรคการเมืองทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งตนโลว์เทคมากไม่เล่นเฟซบุ๊ก แค่โทรศัพท์ แต่มีกระแสการใส่ร้ายป้ายสีค่อนข้างรุนแรง ตนไม่เข้าใจว่าทำไมครอบครัวโดนใส่ขนาดนี้ ทำไมไม่เมตตากันบ้าง หากตนพูด ก็จะยอมรับอย่างกล้าหาญว่าพูด แต่ในเรื่องดังกล่าวตนไมได้พูดและไม่ได้ให้สัมภาษณ์ในเนื้อหาที่อาจารย์สุขุม นวลสกุล นำไปออกรายการทีวี จึงต้องมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะไปแจ้งความร้องเรียนที่ปอท.เพื่อดำเนินการกับผู้ใส่ร้ายป้ายสีตนผ่านโซเชียล
“กรณีคุณวิระศักดิ์ สายทอง ผู้สมัครส.ส.ขอนแก่น พรรครวมพลังประชาชาติไทย ไปยกป้ายที่อำเภอหนองสองห้อง พูดกระทบกรณีหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งเป็นบุตรชาย โดยใช้ถ้อยคำค่อนข้างตำหนิติเตียนว่าระเบียบรัตน์มัวแต่สั่งสอนคนอื่น แต่ไม่สั่งสอนลูกตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องขอบคุณแต่ขอลงประจำวันไว้ ท่านรู้ได้อย่างไรว่าดิฉันกับลูกกับครอบครัวมีความสัมพันธ์กันอย่างไร ขอฝากว่า เราเป็นพี่น้องกันเราไม่อยากมีเรื่องมีราว แต่ท่านมารุกรานดิฉัน ฝากกราบขอบพระคุณทุกๆฝ่ายที่ห่วงใยครอบครัวของเรา ท่านแสดงน้ำจิตน้ำใจเราซาบซึ้งและด้วยความห่วงใย สำหรับท่านที่ตำหนิติเตียน ดุด่า หรือประณามด้วยถ้อยคำหยาบคายรุนแรง อย่างในเรื่องที่มาแจ้งความนั้นใช้ถ้อยคำรุนแรงมาก บอกระเบียบรัตน์แกว่งปากหา และเป็นสิ่งที่ไม่ดี อยากจะบอกว่าไม่โกรธแต่ต้องลงไว้เป็นหลักฐาน ดิฉันต้องโทษตัวเองที่ไม่สามารถทำให้คนเข้าใจได้ว่า สิ่งที่เราทำเพื่อสังคมเพื่อบ้านเมืองนั้น มาจากความบริสุทธิ์ใจอยากให้เป็นสังคมที่งดงาม ที่ท่านด่าตำหนิอย่างรุนแรง ดิฉันไม่สามารถทำให้ท่านเข้าใจในตัวดิฉันได้ ก็ถือว่าดิฉันมีความบกพร่อง แต่จะทำคุณงามความดีต่อไปไม่ย่อท้อ
ส่วนของลูกชาย ดิฉันภูมิใจในตัวลูกชาย เขาเกิดมาเพื่อจะเป็นคนของแผ่นดินจริงๆในการทำงานเพื่อบ้านเมือง หากได้รับเมตตาจากทุกๆฝ่ายคงจะมีคนหนึ่งซึ่งเสียสละทำงานเพื่อบ้านเมืองต่อไป วันนี้จำเป็นต้องมาแจ้งความ ซึ่งจริงๆแล้วไม่อยากแจ้งความ หากไม่แจ้งจะไปกระทบพรรคไทยรักษาชาติซึ่งกำลังมีกรณีอยู่ที่กกต. โดยดิฉันจะต้องเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่าไปสร้างให้เกิดปัญหาหนักขึ้นกับพรรค อันนี้ขอฝากพี่น้องสื่อมวลชนได้รับทราบ ดิฉันกับลูกชายอยู่ด้วยกัน ดิฉันไปเยี่ยมหลานและได้พูดคุยกับลูกชาย ลูกชายมีความรับผิดชอบ ขอให้บ้านเมืองชี้ว่าจะให้ทำอย่างไรก็พร้อมน้อมรับทุกอย่าง ด้านสภาพจิตใจลูกชายเข้มแข็งมาก ได้กำลังใจเยอะจากทุกฝ่าย กราบขอบพระคุณจริงๆที่เรามีวิกฤตในครอบครัวก็มีกำลังใจ ส่วนท่านที่ไม่เข้าใจระเบียบรัตน์ขอโทษด้วยที่ไม่สามารถสร้างความดีให้ท่านเห็นได้ เราจะไม่ย่อท้อจะทำความดีต่อไป” นางระเบียบรัตน์ กล่าว

