หากเหตุการณ์ในเช้าและค่ำวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เปรียบเสมือนแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางการเมือง
ตามหลักวิทยาศาสตร์ สิ่งที่จะตามมาก็คือการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกอันเป็นผลต่อเนื่อง หรือ After Shock
หรือถ้าเป็นไปตามภาษาของโหราศาสตร์ ผู้รู้แต่โบราณท่านใช้คำอธิบายเหตุการณ์ว่า
เหมือน “นกใหญ่ผละกิ่ง”
คือยังจะต้องมีเหตุการณ์อื่นๆ ต่อเนื่องตามมา เหมือนกิ่งไม้ที่ยังไหวสั่นหลังนกใหญ่ผละออกบินไป
กรณีของพรรคไทยรักษาชาติก็เช่นกัน
ความสนใจของคนทั่วไปก็คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะนำไปสู่การ “ยุบพรรค” หรือไม่
และอย่างไร
ตามกฎหมาย ต้นเรื่องของการยุบพรรคจะต้องเกิดจากความคิดริเริ่มและการนำเสนอของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
หลังจากที่อยู่ในความเงียบงันช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
และออกมาให้ข่าวครั้งแรกว่า อาจจะมีการแต่งตั้งบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมการสอบสวน
อันหมายถึงกระบวนการหรือขั้นตอนของการยุบพรรคอาจจะยืดยาวออกไป
แต่เพียงหนึ่งวันหลังจากนั้น ท่าทีของ กกต. ก็เปลี่ยนไป
เมื่อยืนยันว่าสามารถดำเนินการยื่นเรื่องยุบพรรคไทยรักษาชาติให้กับศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้เลยทันที
12.43 น. 13 กุมภาพันธ์ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง
เดินเข้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยคำสั่งให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติทันที
หลังจาก กกต. พิจารณาว่าพรรคไทยรักษาชาติดำเนินการที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
14.15 น. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญออกเอกสารชี้แจงว่า เลขาธิการ กกต. รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการ กกต.ให้มายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ
ขอให้วินิจฉัยสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ
ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92
คล้อยหลังความเคลื่อนไหวของ กกต. ไม่ถึงอึดใจ
ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ พร้อม นายพิชิต ชื่นบาน ประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย และแกนนำพรรค ร่วมกันแถลงข่าวว่า
เวลา 15.00 น. พรรคจะส่งฝ่ายกฎหมายไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเช่นกัน เพราะตอนนี้ยังไม่ทราบแม้กระทั่งข้อกล่าวหา ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา กระบวนการเป็นไปอย่างรวดเร็ว
“ยืนยันว่าพรรคต้องเดินหน้าต่อ เราเป็นความหวังของผู้สมัครและประชาชน
สิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีใครอยากให้เกิด เป็นความปรารถนาดีทั้งนั้น ไม่มีปรารถนาร้าย”
ด้านนายพิชิตกล่าวว่า ถือว่าในชั้นสอบสวนเราไม่มีโอกาสเลย
ตอนนี้ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องจาก กกต.แล้ว ฝ่ายกฎหมายของพรรคเตรียมไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอแก้ข้อกล่าวหาว่าไม่ได้กระทำผิด จึงขอความเมตตาในการยื่นคำร้องต่อศาล
เพื่อความถูกต้องและเที่ยงธรรม
แต่กิ่งไม้มิได้ไหวเฉพาะที่ กกต. พรรคไทยรักษาชาติ หรือศาลรัฐธรรมนูญ
วันเดียวกันนี้ น.ส.พรพรหม พรหมชาติ รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ แถลงว่า
กรณีพรรคพลังประชารัฐจัดงานระดมทุนเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2561 นั้นจะถือว่าผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง พ.ศ.2561 มาตรา 73 ข้อ 3 หรือไม่
และมีหลายๆ คนได้ร้องเรียนให้ กกต.ตรวจสอบทั้งกรณีที่มาของทุน และเรื่องการหาเสียงที่มีความน่าสงสัยว่าจะผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่
ตนจึงต้องออกมาทวงถาม กกต. ว่าพิจารณาเรื่องนี้ไปถึงไหนแล้ว
ขอเรียกร้องให้ กกต.พิจารณาข้อร้องเรียนตามลำดับ ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะข้อร้องเรียนฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามอำนาจรัฐ
โดยตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2561 นายศรีสุวรรณ จรรยา เข้ายื่นคำร้องกรณีการจัดงานโต๊ะจีนของพรรคพลังประชารัฐ ว่าขัดต่อกฎหมายหรือไม่ จนถึงวันนี้ นับเป็นเวลา 56 วัน
แต่ยังไม่มีพิจารณาเรื่องนี้ แต่อย่างใด
ประเมินเอาไว้ได้ก่อนเลยว่า
ก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง 24 มีนาคม
อาการสั่นไหวทำนองเดียวกันนี้ มีแต่จะเพิ่มขึ้น
ไม่มีลดลง

