หน้าใหม่สำหรับสนามการเมืองใหญ่ แต่สำหรับการเมืองท้องถิ่น “ส.จ.รักษ์” นายเจษฎาพงศ์ ชูแก้ว เป็น ส.จ.สงขลา มาตั้งแต่ปี 2555 มีดีกรีปริญญาตรี นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา และกำลังศึกษาต่อปริญญาเอก อยู่ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม และยังเป็นน้องชายของ นายฉัตรชัย ชูแก้ว อดีตเลขาธิการพรรคมัชฌิมาธิปไตย และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ส.จ.รักษ์เล่าว่า “ที่ผ่านมา ผมได้เรียนรู้งานการเมืองจากพี่ชาย จากประสบการณ์การบริหารงานระดับชาติมา ผมเลยสนใจการเมือง ทีแรกคิดว่าเราน่าจะลงสนามเลือกตั้งเล็กๆ ระดับท้องถิ่นก่อน เนื่องจากเราประมาณ ตัวเองว่าเราต้องค่อยๆ ก้าว แต่เมื่อมาลงสนามการเมืองท้องถิ่นลง ส.จ. เมื่อปี 2555 ผมได้รับการเลือกตั้งจากพี่น้องชาวหาดใหญ่ และอยู่ในตำแหน่ง 6 ปี (4+2) ปี
แต่เนื่องจากท้องถิ่นมีข้อจำกัด ในการประสานงานกับรัฐบาล ยังไม่สามารถที่จะพัฒนาท้องถิ่นอย่างเต็มที่ เพราะมีข้อจำกัดเยอะมาก จึงทำให้ภาครัฐไม่สามารถตอบสนองความต้องการ ความเป็นอยู่ปากท้องของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้เท่าที่ควร
ผมจึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง ส.จ.เพื่อมาลงสนามใหญ่ เพราะจะสามารถดำเนินการผลักดันโครงการต่างๆ และพัฒนาเมืองหาดใหญ่ สงขลา ได้จากรัฐบาล และสามารถเป็นปากเป็นเสียงให้กับพี่น้องประชาชนชาวหาดใหญ่ได้”
นายเจษฎาพงศ์ระบุว่า เป็นสมาชิกภูมิใจไทยมา 10 ปี ภูมิใจไทยไม่ใช่พรรคสมัครเล่น ภูมิใจไทยเติบโตทุกปี มีการสร้างพรรคให้เป็นศูนย์กลางของสมาชิก บริหารแบบมืออาชีพ
“ผมขอบอกเลยครับ ผมชื่นชอบการทำงานแบบยึดถือประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง และสิ่งที่ชื่นชอบมากคือนโยบายพรรคภูมิใจไทย ที่สามารถทำได้จริง สะท้อนความคิดเห็นจากสมาชิก และเน้นการแก้ปัญหาประชาชน เพิ่มรายได้กับประชาชน ไม่ได้ขายฝันหรือดีแต่พูดให้สวยหรู และเห็นที่คนในพรรคภูมิใจไทยทำมาและประสบความสำเร็จในการพัฒนาเมืองให้ยิ่งใหญ่ และชาวบ้านสามารถมีรายได้เลี้ยงตัวเองได้ เป็นการแก้ปัญหาปากท้องประชาชนที่แท้จริง ทำให้ประชาชนมีรายได้ แก้ปัญหาให้ชาวบ้านอย่างยั่งยืน เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง และหัวหน้าพรรค ท่านอนุทิน ท่านเป็นคนที่มีน้ำใจ พร้อมจะให้ประชาชน คิดถึงประชาชนเป็นหลัก ผมจึงชื่นชอบและชื่นชม นโยบายพรรคภูมิใจไทย และชื่นชมท่านหัวหน้าพรรค ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล มากๆ เป็นการส่วนตัว”
ส.จ.รักษ์ยังระบุอีกว่า สิ่งที่สำคัญที่คาดหวังมาก คือ การพัฒนาภาคใต้ โดยเฉพาะเมืองเศรษฐกิจต่างๆ รวมถึง เมืองหาดใหญ่ให้เจริญรุ่งเรือง และอำนวยความสะดวกกับประชาชน นักท่องเที่ยว เป็นเมืองที่มีรายได้อันดับต้นๆ ของไทย ยิ่งพัฒนาให้เหมือน กทม.ได้ เติบโตเหมือนนนทบุรี บุรีรัมย์ ทุกๆ ปีถือว่าสุดยอดแล้ว

