‘องอาจ’ชี้รับร่างรัฐธรรมนูญไปก่อนแก้ทีหลังทำได้ยาก
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ตอนนี้มันแก้อะไรไม่ได้แล้ว ก็คงต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ถ้ามันเกิดขาดตกบกพร่องอะไรวันข้างหน้าคนข้างหน้าก็คงไปแก้ไขกันเองว่า
นายมีชัยคงทราบดีว่าร่างรัฐธรรมนูญที่ตนและคณะร่างฯ มีเนื้อหาที่ควรแก้ไขอยู่มากพอสมควร จึงขอให้รับไปก่อนแล้วค่อยไปแก้ไขที่หลัง เพื่อหวังจะโน้มน้าวให้ประชาชนส่วนหนึ่งที่เห็นข้อเสียของร่างรัฐธรรมนูญมากกว่าข้อดี และอาจจะตัดสินใจไม่รับในการออกเสียงประชามติ เปลี่ยนใจเป็นรับร่างรัฐธรรมนูญแทน แต่ในความเป็นจริงเมื่อพิจารณาเนื้อหาสาระในบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว พบว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทำได้ยากมาก หรือแทบจะทำไม่ได้เลยด้วยสาเหตุต่างๆ ดังนี้
1.การใช้เสียงข้างน้อยจากพรรคการเมือง ที่มี ส.ส.ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ มามีส่วนกำหนดทิศทางแทนเสียงข้างมากในรัฐสภา
2.ต้องมี ส.ว.ถึง 1 ใน 3 ของจำนวน ส.ว.ทั้งหมดสนับสนุนถึงจะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ เมื่อ ส.ว.มีที่มาจากที่เดียวกันคือการเลือกขั้นตอนสุดท้ายจาก คสช. การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำได้หรือไม่ ส่วนหนึ่งก็จะอยู่ในมือของ ส.ว.ที่ คสช.เลือกมา
3.ส.ว.มีอายุยาวนานถึง 5 ปี ถ้า ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรีได้ จะทำให้มีส่วนตั้งรัฐบาลได้หลายครั้ง เพราะฉะนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำแทบไม่ได้เลย นอกจาก ส.ว.และรัฐบาลจะสมประโยชน์กัน
นายองอาจกล่าวต่อว่า จะเห็นได้ชัดเจนว่าจากเหตุผลดังกล่าว การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่นายมีชัยบอกว่าให้รับไปก่อนแล้วค่อยแก้ทีหลัง แทบทำไม่ได้เลย การจะทำตามข้อเสนอของนายมีชัยได้ก็คือ การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ให้มีข้อดีมากกว่าข้อเสีย มากกว่าการรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปก่อนแล้วแก้ทีหลัง ถึงแม้โดยหลักการแล้ว การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญควรทำได้ยาก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะแก้ไขไม่ได้ หรือแก้ยากเกินไป

