ปัจจัยอะไรทำให้พรรคพลังประชารัฐต้องเสนอคำขวัญ “รักใครไม่ ว่า ขอให้”ฟ้า” รักประเทศไทย” ระหว่างลงหาเสียงพื้นที่เขตบางรัก เนื่องในวันวาเลนไทน์
คำตอบก็คือ เนื่องแต่แฮชแท็ก “ฟ้ารักพ่อ”
คำตอบก็คือ คำยืนยันล่าสุดจาก น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานกกต.ประจำกทม.ที่ว่า
”การเลือกตั้งครั้งนี้มีนักศึกษา คนรุ่นใหม่ซึ่งจะเป็นผู้มีสิทธิ เลือกตั้งครั้งแรกจำนวน 7 ล้านคน กระจายอยู่ในมหาวิทยาลัย 44 แห่ง”
นี่คือ พื้นที่”ใหม่”ทางการเมืองที่ทุกพรรคต้องสวมวิญญาณ วาสโค ดากามา และ โคลัมบัส เข้าบุกเบิก
ถามว่าพื้นทีของ 7 ล้านคนอยู่ที่ไหน
การปรากฏตัวของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลประเพณี ทรงความหมายอย่าง สูงในทางการเมือง
มิใช่เพราะว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เคยอยู่จุฬาฯ มิใช่เพราะ ว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เคยอยู่ธรรมศาสตร์
หากแต่เป็นเพราะตรงนั้นคือ จุด”ศูนย์กลาง”
หากแต่เป็นเพราะว่าก่อนนั้นมีการส่ง”ชายหัวเกรียน”เข้าไปเพื่อเซ็นเซอร์หุ่นบางหุ่นที่พาดพิงไปยัง “ลุง”
ขณะที่”ลุง”เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
ขณะเดียวกัน พื้นที่ที่กว้างใหญ่ไพศาลอย่างยิ่งของ 7 ล้านคนที่เพิ่งมีสิทธิลงคะแนนเสียงมิได้อยู่ที่ 44 มหาวิทยาลัยเท่านั้นหากแต่ยังมีพื้นที่ใน”โซเชียลมีเดีย”
จึงต้องติดตามว่าคำขวัญ”ฟ้ารักประเทศไทย”จะสามารถกำชัยเหนือแฮชแท็ก “ฟ้ารักพ่อ”ได้หรือไม่
เหลือเวลาอีกเพียง 1 เดือนเศษๆเท่านั้น
จึงแทนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะออกตรวจราชการหรือเดินสาย”ครม.สัญจร”มีความจำเป็นต้องเจาะทะลวงเข้าไปในแต่ละมหาวิทยาลัย
พบปะและสนทนากับนิสิตนักศึกษา
แทนที่จะปล่อยให้พื้นที่นั้นอยู่ในความยึดครองของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หรือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หรือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล
หากปล่อยเนิ่นช้าก็ยากยิ่งที่จะเกิดปรากฏการณ์”ฟ้ารักลุง”

