ปลัดฯยุติธรรม แถลงที่ประชุมยูเอ็น ชื่นชมประเทศไทย พัฒนาการด้านสิทธิมนุษยชน ส่วนข้อเสนอแนะอีก 68 ข้อ รับมาพิจารณา เตรียมเสนอครม.รับทราบ กำหนดแนวทาง ก่อนตอบ เดือนก.ย.นี้
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 พ.ค.ที่กระทรวงยุติธรรม นายชาญเชาวน์. ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม แถลงผลการเข้าร่วมประชุมและรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ด้วยวาจาต่อที่ประชุมคณะทำงานยูพีอาร์ เมื่อที่ 11 พฤษภาคม 2559 และการรับข้อเสนอแนะ ของประเทศสมาชิก ภายหลังเดินทางกลับจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า ในฐานะคณะผู้แทนไทยที่เข้าร่วมรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ตามกลไกยูพีอาร์ ระหว่างวันที่ 9-13 พ.ค. แถลงผลการนำผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเสนอรายงานการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยภายใต้กลไกยูพีอาร์รอบ 2 ต่อที่ประชุมคณะทำงานยูพีอาร์สมัยที่ 25 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ซึ่งเป็นการประชุมที่เปิดโอกาสให้แต่ละประเทศให้ข้อเสนอแนะแก่ประเทศสมาชิกสหประชาชาติ เพื่อพัฒนาสถานการณ์สิทธิมนุษยชน
นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า ทั้งนี้ในที่ประชุมไทยนำเสนอการพัฒนาด้านสิทธิมนุษยชนหลายด้าน ซึ่งที่ประชุมให้คำชื่นชม แต่ก็ยังมีข้อห่วงกังวลในหลายประเด็น เช่น การจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกและการแสดงความคิดเห็น สิทธิในการชุมนุม กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ การนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร การจับกุมและคุมขังตามอำเภอใจ การคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน การมีส่วนร่วมในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ การยกเลิกโทษประหารชีวิต ซึ่งในที่ประชุมคณะผู้แทนไทยได้ชี้แจงและให้คำตอบหลายข้อสำคัญ รวมทั้งเหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดเสรีภาพ การบังคับใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ การใช้ศาลทหาร การดำเนินการเพื่อยกเลิกการประหารชีวิต การคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน
นายชาญเชาวน์ ยังกล่าวต่อว่า ยูพีอาร์ได้รับรองสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของไทย ซึ่งไทยรับข้อเสนอแนะ 249 ข้อ และตอบรับทันที 181 ข้อ ที่เหลือ 68 ข้อจะนำกลับไปพิจารณา ข้อที่ไทยรับทันทีส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการพัฒนางานด้านการศึกษา สาธารณสุข การคุ้มครองผู้เปราะบาง เช่น เด็ก สตรี คนพิการ กลุ่มชาติพันธุ์ ส่วนข้อเสนอที่ขอรับกลับมาพิจารณา เช่น ที่เกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ การจำกัดเสรีภาพที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน การยกเลิกโทษประหารชีวิต การใช้ศาลทหาร และการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ หลังจากนี้จะมีการประชุมเพื่อแจ้งผลการทบทวนรายงานข้อเสนอแนะ 68 ข้อ และขอความเห็นชอบต่อคณะรัฐมนตรี แจ้งที่ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 33 ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนก.ย.นี้
นายชาญเชาวน์ ยังกล่าวด้วยว่า ตนในฐานะคณะผู้แทนไทยในการเดินทางไปรายงานการทบทวนสิทธิมุษยชน อยากอธิบายและชี้แจง ถึงที่มาที่ไปในการรายงานเรื่อง อย่างเป็นทางการ เรื่องดังกล่าวมีหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง 2 หน่วย คือกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงยุติธรรม และหน่วยอื่นอีก รวบ 10 หน่วย สำหรับ การรายงานการทบทวนสิทธิมนุษยชน ในครั้งนี้ เป็นการใช้สิทธิตามขั้นตอนไปเพื่อรายงานสถานการณ์สิทธิมุษยชนในประเทศไทยตามวงรอบการรายงาน ไม่ใช่ประเทศไทยถูกสหประชาติเรียกไปชี้แจงหรือตอบข้อซักถามแต่อย่างใด ซึ่งบรรยากาศในการประชุม หากใครได้ติดตามก็จะเห็นว่า มันไม่ได้ดุเดือด อย่างที่เป็นกระแสอยู่ ประเทศไทยที่เป็นประเทศสมาชิก ก็มีการนั่งอ่านเอกสาร ข้อเสนอแนะ ข้อกังวล ของแต่ละประเทศที่มียังประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเทศไทยได้อะไรจากการเดินทางไปรายงานครั้งนี้ นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า ทำให้ประเทศต่างๆรับทราบพัฒนาการด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย มากขึ้น อีกทั้งประเทศไทยกำลังจะเข้าเป็นภาคีสิทธิมนุษยชนอย่างสมบูรณ์ ครบ 9 ฉบับ ตอนนี้ กฎหหมายอีก 2 เรื่อง กำลังเข้าสู่การพิจารณา ของครม. ทั้งนี้ประเทศต่างๆยังได้รับทราบคำเกี่ยวกับพัฒนาการสิทธิมุนยชนของประเทศไทยโดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งตรงนี้ทุกประเทศส่วนใหญ่ที่เสนอข้อคำแนะนำและข้อกังวล เอาใจช่วยประเทศ ไทยและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน โดยให้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนคนไทยในกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยครั้งนี้ อีกเรื่องที่ประเทศไทยได้คือหน่วยงานต่างได้พูดคุยกับภาคประชาสังคมทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ ดังนั้นทำให้ หน่วยงานที่ทำงานด้านสิทธิ ก็จะได้รับรู้และตระหนัก ถึงเรื่องสิทธิ มากกว่าเดิม
ผู้สื่อข่าวถามว่า 68 ข้อ ที่คณะนำกลับมาพิจารณาก่อนทำรายงานเสนอไปยังที่ประชุมยูเอ็นอีกครั้ง 3 เดือนข้างหน้า เป็นสิ่งที่ยากต่อการตอบว่าจะรับหรือไม่ อย่างไร นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า นโนบายรัฐบาลชัดเจน คณะทำงานจากกระทรวงต่างประเทศไทยและกระทรวงยุติธรรม รวมทั้งหน่วยที่เกี่ยวข้องต้องนำนโยบายของรัฐบาลมาพิจารณาเป็นหลักว่าดำเนินการอย่างไรก็ข้อเสนอที่ประเทศไทยรับกลับมาพิจารณา 68 ข้อ อย่างละเอียด ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องรับทั้งหมด ได้ เพราะนี่คือกระบวนการปกติ เพราะมีหลายประเทศก็รับข้อเสนอคำแนะของที่ประชุม กลับไปยังประเทศตนเองเพื่อพิจารณา เช่น สหรัฐอเมริกา มีข้อเสนอคำแนะจากที่ประชุมจำนวน 349 ข้อ 150 ข้อ รับไปพิจารณา 193 ข้อ ประเทศฝรั่งเศส มีข้อเสนอจากที่ประชุม 166 ข้อ รับทันที 136 ข้อ ปฏิเสธ 27 ข้อ รับไปพิจารณา 3 ข้อ ประเทศ อังกฤษ ที่ประชุมมีข้อเสนอ คำแนะนำ จำนวน 132 ข้อ รับทันที 91 ข้อ รับไปพิจารณา 41 ข้อ
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า หลังจากรายงานต่อประชุมแล้วมีประเทศไหนมาแสดงความเห็นอะไรเพิ่มเติมนอกรอบหรือไม่ นายชาญเชาวน์ กล่าวต่อว่า ไม่มี มาแสดงความเห็นเพิ่ม เติม มีแต่คนมารอจับมือแสดงความเห็น 20 กว่าประเทศ เพื่อชื่นชม การบริหารจัดการ ในการใช้สิทธิในการแถลงของประเทศไทยไม่ใช่การตอบ หรือไม่อยากใช้คำว่าตอบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการรับข้อเสนอแนะในรับฟังความเห็นเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ และประชาชามติ ต่อที่ประชุมครั้งนี้ด้วย จะส่งผลให้มีการเปิดกว้างในการแสดงความคิดเห็นหรือไม่ นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า ประเทศต่างรับทราบ เห็นด้วยว่าจะมีร่างรัฐธรรมนูญ การลงประชาชามติ ซึ่งอยู่ในรายงานต่อประชุม โดยประเทศเหล่านั้นก็รับทราบ เรื่องการโรดแมปของประเทศไทย ทั้งนี้ก็ได้รับให้คำแนะนำและมีข้อกังวลควบคู่กันมา โดยบอกว่ายังไงก็ขอให้ประเทศไทย เดินไปตามโรดแมป แล้วจะชื่นชมพัฒนาการมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าวนายชาญเชาวน์ ได้นำคลิปการชี้แจงของคณะผู้แทนไทย บรรยากาศในที่ประชุม นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่11 พ.ค และวันที่ 13 พ.ค.พร้อมภาพการทักทายจับมือของประเทศสมาชิก มาเปิดพร้อมการแถลงข่าว ทั้งนี้นายชาญเชาวน์ ระบุว่าต้องการให้เห็นบรรยากาศ ขั้นตอนต่อที่ประชุมว่าเป็นอย่างไร

