ร้อง’บิ๊กตู่’ สร้างถนนลาดกระบัง-แปดริ้วส่อฮั้ว เสนอต่ำกว่าแต่เเพ้ ชี้รัฐเสียหาย600ล้าน

15.05.16 | 16:12 น.
ภาพประกอบจากกูเกิ้ลเเมพ

ชง คตร.สอบ’ทางหลวงชนบท’ หลังเอกชนร้องประมูลสร้างถนนเส้น ‘ฉช.3001’ งบ 4.5 พันล้านส่อฮั้ว ‘สามประสิทธิ์’โวยเสนอราคาต่ำสุดแต่ถูกกีดกัน เชื่อมีล็อกงานกันอยู่แล้ว แฉทำรัฐเสียหายไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท วอนนายกฯสั่งทบทวนด่วน


เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม รายงานข่าวจากคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ คตร.ที่มี พล.อ.ชาตอุดม ติตถะสิริ ผอ.สำนักงบประมาณกลาโหม เป็นประธาน ยังดำเนินงานงานตรวจสอบโครงการของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยเรื่องที่เพิ่งมีการนำเข้าสู่การพิจารณาล่าสุดเป็นโครงการก่อสร้างถนนสาย ฉช 3001 แยก ทล.314-ลาดกระบัง จ.ฉะเชิงเทรา- สมุทรปราการ ที่เป็นโครงการขยายช่องจราจรจาก 2 เป็น 4-6 ช่องจราจร ระยะทาง 20.329 กม. วงเงินประมาณ 4,500 ล้านบาท ของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ซึ่งได้ดำเนินการประกวดราคาและได้ผู้ชนะไปแล้ว เมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่าน อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ห้างหุ้นส่วนจำกัดสามประสิทธิ์ (หจก.สามประสิทธิ์) ซึ่งเข้าร่วมการประกวดราคาด้วย ได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรมเข้ามายัง คตร. เพื่อให้ทำการตรวจสอบทบทวนผลการประกวดราคา เนื่องจาก หจก.สามประสิทธิ์ เห็นว่าการประกวดราคาไม่โปร่งใส ส่งผลให้ หจก.สามประสิทธิ์ถูกกีดกัน ทั้งที่เสนอราคาต่ำกว่าผู้ชนะ

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า นอกเหนือจาก คตร.แล้ว หจก.สามประสิทธิ์ยังได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรมไปถึงนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการคณะรัฐมนตรีด้วย โดยได้ชี้แจงมูลเหตุในการขอความเป็นธรรมอย่างละเอียด มีสาระสำคัญ อาทิ โครงการก่อสร้างถนนสาย ฉช 3001 แยก ทล.314 – ลาดกระบัง จ.ฉะเชิงเทรา – สมุทรปราการนั้น ทช.ได้แบ่งการดำเนินการเป็น 2 สัญญา และกำหนดวงเงินแยกตามสัญญาคือ สัญญาที่ 1 ระยะทาง 11 กิโลเมตร วงเงิน 1,918 ล้านบาทเศษ และสัญญาที่ 2 ระยะทาง 9.3 กิโลเมตร วงเงิน 2,631 ล้านบาทเศษ หจก.สามประสิทธิ์ ได้ยื่นเสนอราคาตามกำหนดเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2559 โดยสัญญาที่ 1 เป็นเงิน 1,524 ล้านบาท และสัญญาที่ 2 เป็นเงิน 2,421 ล้านบาท จนเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2559 ทช.ได้แจ้งผลการประกวดราคาปรากฏว่าเป็นผู้ชนะในสัญญาที่ 1 วงเงิน 1,913 ล้านบาทเศษ และผู้ชนะในสัญญาที่ 2 วงเงิน 2,630 ล้านบาทเศษ

“ผลการประกวดราคาทั้ง 2 สัญญา สูงกว่าวงเงินที่ หจก.สามประสิทธิ์เสนอราคาไป รวมเป็นเงินสูงถึง 599 ล้านบาทเศษ ซึ่งถือเป็นวงเงินที่ทำให้ราชการเสียหาย” หนังสือ หจก.สามประสิทธิ์ระบุ

Advertisement

ในหนังสือขอความเป็นธรรมยังแจ้งด้วยว่า ก่อนที่จะมีการประกาศผลการประกวดราคา ทช.ได้ทำหนังสือถึง หจก.สามประสิทธิ์ ลงวันที่ 8 มีนาคม 2559 เพื่อให้ชี้แจงคุณสมบัติผลงานก่อสร้างถนนในวงเงินไม่น้อยกว่า 700 ล้านบาท ซึ่งกำหนดไว้ในประกาศของ ทช. ทาง หจก.สามประสิทธิ์จึงได้ชี้แจงไปว่า มีผลงานโครงการก่อสร้างอุโมงค์ลอดบริเวณวงเวียนราชพฤกษ์-นครอินทร์ วงเงิน 794 ล้านบาท ซึ่งได้ใช้อ้างอิงในเอกสารเสนอราคาเมื่อวันที่ 4 มีนาคมไปแล้ว แต่ ทช.กลับไม่รับราคาต่ำสุดที่ หจก.สามประสิทธิ์เสนอ โดยมีความเห็นว่า หจก.สามประสิทธิ์ขาดคุณสมบัติโดยตีความว่า โครงการก่อสร้างอุโมงค์ลอดบริเวณวงเวียนราชพฤกษ์-นครอินทร์ เป็นโครงการสร้างอุโมงค์ ไม่ได้เป็นผลงานสร้างถนนตามที่ ทช.ได้ประกาศไว้ ทั้งที่ไม่ได้ระบุรายละเอียดไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นผลงานถนนประเภทใด นอกจากนี้ หจก.สามประสิทธิ์ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การที่ ทช.กำหนดคุณสมบัติผู้เสนอราคาต้องมีผลงานก่อสร้างถนนวงเงินไม่น้อยกว่า 700 ล้านบาท ในสัญญาจ้างเดียว ซึ่งใช้กับการจ้างทั้ง 2 โครงการที่มีมูลค่าไม่เท่ากัน มีนัยเป็นการกีดกันผู้รับจ้างรายอื่นให้เหลือเฉพาะกลุ่มที่ได้สมยอมตกลงแบ่งงานกันไว้แล้ว

“เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า หจก.สามประสิทธิ์เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดของทั้ง 2 สัญญา แต่มิได้รับเลือกเข้าต่อรองราคาจากกรมทางหลวงชนบท อีกทั้งผู้ที่ได้รับเลือกพิจารณาทั้ง 2 สัญญา เป็นผู้เสนอราคาใกล้เคียงกันและต่ำกว่าราคากลางที่กรมทางหลวงชนบทกำหนดไว้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น อันแสดงให้เห็นว่า หจก.สามประสิทธิ์ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ทำข้อตกลงแบ่งงานโครงการไว้อยู่แล้ว” หนังสือ หจก.สามประสิทธิ์ระบุ