บทนำ : ระวังผิดกฎหาเสียง

19.02.19 | 12:00 น.

การหาเสียงเริ่มขึ้นมาระยะหนึ่ง ยิ่งเมื่อ กกต.ประกาศรับรองรายชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้อยู่ในบัญชีนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรค และประกาศรับรองรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งระบบเขต และระบบบัญชีรายชื่อแล้ว การหาเสียงเลือกตั้งยิ่งยกระดับขึ้น จากการเดินพบปะประชาชน กลายเป็นการตั้งเวทีปราศรัยหาเสียง จากจังหวัดหนึ่งไปยังอีกจังหวัดหนึ่ง โดยมีแกนนำของแต่ละพรรคขึ้นปราศรัยหาเสียง ขณะเดียวกันการหาเสียงทางออนไลน์ก็ดำเนินอย่างต่อเนื่อง มีการโพสต์เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ และอื่นๆ สร้างให้เกิดบรรยากาศการหาเสียงอย่างคึกคัก

ขณะเดียวกัน ในช่วงเวลาที่มีการหาเสียงก็บังเกิดกระแสข่าวที่มุ่งโจมตีผู้สมัครและพรรคการเมือง โดยเฉพาะการโจมตีกันในโลกสังคมออนไลน์นั้นทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และมีทีท่าว่าจะรุนแรงขึ้นมากกว่านี้ จึงเป็นหน้าที่ของ กกต. ในฐานะกรรมการผู้ควบคุมเกมที่ต้อง “จัดการการเลือกตั้งให้เป็นที่เรียบร้อย” ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ กกต. โดยประธาน กกต. นายอิทธิพร บุญประคอง ได้ออกประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง โดยลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งนั้นระบุไว้ในหมวด 4

หมวด 4 ลักษณะต้องห้ามในการหาเสียง เลือกตั้ง ข้อ 17 ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใดนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง ข้อ 18 ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใดหาเสียงเลือกตั้งในลักษณะ ดังต่อไปนี้ (1) ผู้ประกอบอาชีพหรือเป็นเจ้าของกิจการเกี่ยวกับรายการทางวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ สื่อมวลชน สื่อโฆษณา เช่น นักแสดง นักร้อง นักดนตรี พิธีกร สื่อมวลชน เป็นต้น ใช้ความสามารถหรือวิชาชีพดังกล่าว เพื่อเอื้อประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้งแก่ผู้สมัครอื่น หรือพรรคการเมืองกรณีตาม (1) มิให้ใช้บังคับแก่ผู้สมัครที่ใช้ความรู้ความสามารถทางศิลปะของตน หาเสียงเลือกตั้งให้แก่ตนเองโดยไม่ใช้อุปกรณ์ในการแสดง (2) แจกจ่ายเอกสารเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการวาง หรือโปรยในที่สาธารณะ (3) หาเสียงเลือกตั้งโดยใช้ถ้อยคำที่รุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย หรือปลุกระดม (4) ช่วยเหลือเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ให้แก่
ผู้ใดตามประเพณีต่างๆ

บัดนี้เริ่มมีการร้องเรียนว่าการหาเสียงเลือกตั้ง บางที บางจุด บางพรรค บางคนอาจมีพฤติกรรมเข้าข่ายความผิดดังกล่าวบ้างแล้ว ดังนั้น ทั้งผู้สมัคร ผู้สนับสนุน และ กกต. ในฐานะกรรมการคงต้องทำงานหนักในการควบคุมมิให้การหาเสียงเลือกตั้งนั้นๆ เป็นการหาเสียงที่ผิดไปจากกฎเกณฑ์ที่วางเอาไว้ แต่ในที่สุดหากปรากฏว่ายังมีการกระทำ
การที่ขัดต่อระเบียบกฎหมายก็ต้องดำเนินการตามกฎระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัด เท่าเทียม เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ เที่ยงธรรม