09.00 INDEX “บทเรียน” จากกรณี 4 รัฐมนตรี กดดัน ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หากการลงพื้นที่ของ 3 พลังแห่ง “บูรพาพยัคฆ์” อันประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่สวนจตุจักร ในวันศุกร์คือการทำแต้ม

เหตุใดในวันเสาร์จึงไม่มีเงาร่างของ นายอุตตม สาวนายน หรือ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์

เห็นแต่เพียง นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ บินเดี่ยว

แม้ระยะหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะลงพื้นที่กทม.ถี่ยิบ ไม่ว่าที่บางแค ไม่ว่าที่จตุจักร แต่เชื่อได้เลยว่ายิ่งลงจะยิ่งประสบปัญหา

ยิ่งลงพื้นที่จะยิ่งกลายเป็น “ประเด็น” และก่อให้เกิดการเทียบ ด้วยความแหลมคมมากยิ่งขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังซ้ำรอย 4 รัฐมนตรี

ถามว่าเหตุใด 4 รัฐมนตรีอันประกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นายกอบศักดิ์ ภูจินดา จึงไม่ลาออกทันทีที่เข้าไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ

ทำไมจึงต้องสวมหมวก 2 ใบ ทั้งนั่งอยู่ในครม.และมีตำแหน่ง ในพรรค

คำตอบไม่ซับซ้อน คือ ประเมินว่าจะได้เปรียบ

ได้เปรียบเมื่อนั่งอยู่ในครม. ได้เปรียบเมื่อนั่งอยู่ในกระทรวง สามารถอนุมัติโครงการ มีงบประมาณ สร้างผลงานอันเอื้ออวยให้กับพรรคพลังประชารัฐ

เมื่อมี “ครม.สัญจร” ก็สามารถพบปะประชาชนได้อย่างชอบธรรม

แต่แล้วเสียง “ครหา”ก็ดังกระหึ่ม

แทนที่จะเป็นประโยชน์ กลับกลายเป็นโทษ กลายเป็นชะนักติดหลัง ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวก มีภาพเปรียบเทียบ ตามมาโดยตลอด

ในที่สุดก็จำเป็นต้องอำลาจากครม.

 

ยิ่ง นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ เดินสายด้วยความเอาการเอางาน ยิ่ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  แย้มยิ้ม “เซลฟี” ท่ามกลางคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่

ยิ่งทำให้เกิดการนำไปเทียบกับภาพของ “ลุง” ที่คิดว่ากำลังชิง ความได้เปรียบ

กระแสในทาง”สังคม”นั่นแหละที่บีบรัดและกดดัน

กดดันกระทั่งอยู่ในชะตากรรมเดียวกันกับ 4 รัฐมนตรี

ข่าวรอบด้าน กับ Line@มติชนนิวส์รูม คลิกเป็นเพื่อนกัน ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้สลด! หนุ่มใหญ่รมควันตัวเองดับคากระบะ พบประวัติป่วยโรคหัวใจ คาดเป็นชนวนก่อเหตุฆ่าตัวตาย
บทความถัดไปกรมการท่องเที่ยวยุคใหม่ บริการทันสมัย ไทยแลนด์ 4.0 เปิดขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวออนไลน์ 24 ชั่วโมง พร้อมควบรวมสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สาขา