ฝรั่ง”ผู้ดี”แคลงใจคนไทยทะเลาะกันเอง ใช้คำหยาบคาย ปราศจากอัตลักษณ์สุภาพชน เกรงใจ

15.05.16 | 19:41 น.

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ ส่งข้อความ’บันทึกบทสนทนาข้าพเจ้ารักประเทศไทย’เผยแพร่ทางแอพพลิเคชั่นไลน์ว่า ได้ต้อนรับศาสตราจารย์ชาวสหราชอาณาจักรจากสกอตแลนด์เมื่อวันวานมาเยี่ยมพิพิธภัณฑ์สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ณ วังวรดิศ เรียนให้ท่านทราบว่า ครอบครัวทายาทเอกอัครราชทูตหม่อมราชวงศ์สังขดิศ มีความยินดีขอต้อนรับจากใจจริง ถ้าอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ จะใช้คำพูดอันไพเราะว่า ‘ยินดียิ่งนัก แขกแก้วมาเยือน’ หากพ่อตนยังมีชีวิตอยู่ จะมีแต่ความปิติยินดีที่ท่านมาเยือนประเทศไทย ได้เล่าให้ท่านฟังว่าเพิ่งได้เดินทางกลับมาจากราชการ ที่ อ.ท่าแพ จ.สตูล และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ อ.เมือง จ.สงขลา ผู้คนที่นั่น ผู้นำทางศาสนา และลูกหลานเยาวชนยังดำรงเอกลักษณ์เฉกเช่นที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ ที่ท่านศาสตราจารย์มีความเชี่ยวชาญรอบรู้ถึงพระองค์ท่านเป็นอันมากได้ตรัสสอน กล่าวคือ ยังคงมีความงดงาม เปี่ยมด้วยอัธยาศัยไมตรีไม่เปลี่ยนแปลง สำคัญ คือ ความเที่ยงธรรมที่ปัจจุบันใช้คำว่าธรรมาภิบาล และมีความเป็นสุจริตชนแบบอย่างตามที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ ทรงชมเชยไว้ นี่ตนรีบเดินทางกลับมาเพื่อมารอให้การต้อนรับท่านเป็นการเฉพาะ


ม.ล.ปนัดดาระบุต่อว่า ท่านศาสตราจารย์ชาวสกอตแลนด์กล่าวขอบคุณด้วยคำพูดที่แสนไพเราะนุ่มนวลตามแบบฉบับของชาวสหราชอาณาจักรที่เรียบร้อย มีมารยาท และไม่หลงลืมตัว บอกว่า ติดตามข่าวสารทางประเทศไทยมาโดยตลอดนับสิบปีตั้งแต่มาครั้งก่อนเมื่อพ่อตนยังอยู่ จนมีความรู้สึกเหมือนกับว่ามาใช้ชีวิตอยู่ด้วยในเมืองไทย หรือไกลที่สุดก็แค่กรุงกัวลาลัมเปอร์หรือย่างกุ้ง เหตุการณ์ที่หัวหินถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทุกหนแห่งหากคนดื่มสุรายาเมาและสนุกสนานจนขาดสติ ต้องถือเป็นโชคไม่ดีของครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษครอบครัวนั้นซึ่งมีอายุมากแล้ว แต่ท่านในนามนายกรัฐมนตรีและคนไทยก็ได้ทำในสิ่งที่ชาวอังกฤษแสดงความพึงพอใจตามที่เป็นข่าวในหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งกรุงลอนดอน

“หากแต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่นักวิชาการและชาวอังกฤษเป็นจำนวนไม่น้อยมีความสงสัย และตั้งคำถามกันอย่างกว้างขวาง คือ การทะเลาะเบาะแว้งในหมู่คนไทยด้วยกันเองไม่ว่าจะเป็นใคร ใช้ถ้อยคำรุนแรงในการว่ากล่าวต่อกัน หลายครั้งมีความหยาบคาย ไม่เหมือนคนไทยที่มีความสง่างามยิ่งนักในอดีต ทำไมไม่รู้จักเกรงใจในขณะที่ในหลวงจะทรงเจริญพระชนมพรรษา90 พรรษา และเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติ ซึ่งคนไทยถือเป็นวาระสำคัญในดวงใจมาช้านาน แต่นี่เห็นขัดแย้งกันว่ากล่าวกันอย่างปราศจากอัตลักษณ์ว่าด้วยความเป็นสุภาพชนและขาดความเกรงอกเกรงใจ ดูไปดูมาเสมือนหนึ่งไปทำตามหรือเลียนแบบประเทศหรือสังคมที่ปราศจากวัฒนธรรมอันเก่าแก่เฉกเช่นประเทศไทย”ม.ล.ปนัดดาระบุ

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยต่อว่า รับฟังและสนทนากับท่านศาสตราจารย์ผู้มีความรักและผูกพันกับประเทศไทยมาช้านาน จนกระทั่งท่านอายุมากแล้ว แต่ท่านก็ยังสม่ำเสมอไม่เคยเปลี่ยนแปลง อายุท่านใกล้เคียงกับพ่อของตนหากยังมีชีวิตอยู่ เช่นเดียวกับตนที่เห็นพ้องกับท่าน อะไรหรือจะงดงามเท่ากับความรู้รักสามัคคีของคนในชาติ การยึดมั่นวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม การไม่อวดรู้อวดดีเย่อหยิ่งลำพอง และมีความซื่อตรง ไม่หยาบคาย และกล่าวคำเท็จให้ร้ายผู้อื่น ที่ถือเป็นบาปตามคำสอนของทุกๆ ศาสนา ที่สำคัญ คือ ‘ความเกรงอกเกรงใจ’ อันถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของชนชาติไทย

Advertisement