“บิ๊กตู่”สั่งเช็กบิล”อี-บิดดิ้ง” แฉพบอินไซด์ราคา นำข้อมูลส่งขายคู่แข่งเสนอราคาประมูลปาดหน้าคว้างาน
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำหนังสือไปยังสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เรื่องการรายงานการพบการทุจริต ด้วยวิธีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ e-bidding (อี-บิดดิ้ง) ของกรมบัญชีกลาง โดยก่อนหน้านี้
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แจ้งไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่ากระทรวงยุติธรรมได้พบการทุจริต ด้วยวิธีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ e-bidding (อี-บิดดิ้ง) ของกรมบัญชีกลาง จึงให้นายกรัฐมนตรีพิจารณามอบหมายให้กระทรวงยุติธรรม ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวต่อไป โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้เห็นชอบและมอบหมายให้ พล.อ.ไพบูลย์เป็นผู้กำกับดูแล และตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งนี้ ให้รายงานผลให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ
ข่าวแจ้งว่า พล.อ.ไพบูลย์ได้มอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าไปสืบสวนข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว เบื้องต้นพบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น เนื่องจากได้รับหลักฐานบางอย่างที่คาดว่าจะมีการนำข้อมูลการประมูลด้วยวิธีดังกล่าว ออกมาเสนอขายให้กับกลุ่มบริษัท ที่เข้าประกวดราคาในแต่ละโครงการ สำหรับพฤติการณ์ที่ขบวนการดังกล่าวใช้คือ สำหรับผู้ที่เข้าประมูล โครงการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ จะต้องประมูลงานผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ได้พาสเวิร์ดเพื่อเคาะราคา ช่วงเวลา 08.30-16.30 น. ซึ่งสามารถเสนอราคาได้เพียง 1 ครั้ง ผู้ประมูลจะไม่รู้ว่าคู่แข่งที่เข้าร่วมประมูลใครเสนอราคาเท่าไหร่ แต่ระบบส่วนกลางหรือห้องควบคุมระบบการประมูลของกรมบัญชีกลาง และผู้จัดระบบสามารถล็อกอินเข้าไปดูได้ที่ห้องควบคุม และจะเห็นภาพรวมทั้งหมดว่าใครเสนอเท่าไหร่ จากนั้นจึงเกิดเหตุการณ์ถ่ายรูปหน้าจอคอมพิวเตอร์ของแต่ละบริษัทที่เสนอราคาไปให้คู่แข่ง ให้ทราบราคาที่แต่ละบริษัทเสนอ ดังนั้นเมื่อบริษัทที่ต้องการงานก็จะซื้อข้อมูลจากกลุ่มขบวนการดังกล่าว เพื่อทราบราคาบริษัทอื่น ก่อนรอให้ใกล้หมดเวลาแล้วก็เสนอราคาสู้ ซึ่งจะต่ำกว่าบริษัทที่เสนอต่ำสุดเพียงไม่กี่ร้อย หรือหลักพันบาท ก็จะได้งานไป ทั้งนี้ จากการตรวจสอบรหัสโครงการที่ปรากฏ ในหลักฐานที่ได้มาพบว่าเป็นโครงการของรัฐจริง และบริษัทที่ได้งานก็ตรงกับข้อมูลหลักฐานที่ปรากฏ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับระบบใหม่ที่จะถูกนำมาใช้ทดแทนเรียกว่าวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-bidding (อี-บิดดิ้ง) และวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-market (อี-มาร์เก็ต) มีการนำมาใช้ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2558 ซึ่งเป็นระบบการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยราชการจะปรับเปลี่ยนจากการประมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-auction (อี-ออคชั่น) ที่ใช้มากว่า 10 ปี เนื่องจากระบบดังกล่าวมีการตั้งข้อสังเกตว่ามีช่องโหว่ เพราะผู้ประมูลต้องมายื่นซองประมูลและเคาะราคาแข่งขันยังสถานที่หน่วยงานราชการจัดไว้ให้ อาจจะทำให้กลุ่มผู้ประมูล เจ้าหน้าที่ เจอหน้ากันบ่อยๆ นำไปสู่การฮั้วประมูล จึงมีการคิดระบบใหม่ที่จะถูกนำมาใช้ทดแทนเรียกว่า วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-bidding (อี-บิดดิ้ง) และวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-market (อี-มาร์เก็ต) ระบบอี-บิดดิ้ง เป็นวิธีการซื้อหรือการจ้างที่มีรายละเอียดคุณลักษณะที่มีความซับซ้อน มีเทคนิคเฉพาะ เช่น งานก่อสร้างที่ต้องใช้ความประณีตเป็นพิเศษ การจัดซื้อจัดจ้างยาและเวชภัณฑ์บางประเภท และการพัฒนาระบบสารสนเทศที่มีลักษณะเฉพาะตัว เป็นต้น โดยให้ผู้ขาย ผู้ให้บริการ หรือผู้รับจ้าง เข้ายื่นประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างของกรมบัญชีกลาง

