เมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 20 มกราคม นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล ผู้สมัคร ส.ส. หมายเลข 1 เขต 1 พรรคเพื่อไทย จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเวทีปราศรัยหาเสียงที่สวนสาธารณะเขตเทศบาลตำบลคลองวาฬ อ.เมือง โดยมีประชาชนกว่า 1000 คน เดินทางไปรับฟังแนวทางแก้ไขปัญหาให้ชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายการทำประมง ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำทั้งมะพร้าว ยางพารา สับปะรด ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมจากการใช้กฎหมายที่มีการเลือกปฏิบัติ จากนั้นนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ได้ขึ้นปราศรัยแนวทางการแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ ที่มีผลกระทบจากการทำรัฐประหารและอยู่ในอำนาจอย่างยาวนาน เนื่องจากต่างประเทศไม่ยอมรับที่มาของรัฐบาลปัจจุบัน
นายพงศ์เทพกล่าวว่า ก่อนทำรัฐประหารมีลุงกำนันออกมาเป่านกหวีด สร้างปมขัดแย้งให้คนทะเลาะกัน ข้างหลังกำนันมีคนถืออาวุธคอยสนับสนุน ไม่เช่นนั้นเข้าไปยึดทำเนียบรัฐบาลไม่ได้ ทำให้คณะรัฐมนตรีในสมัยนั้นเข้าทำเนียบประชุม ครม.ไม่ได้ เพราะนกหวีดตามไปไล่ ตนถาม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ในขณะนั้นว่าคนที่เข้าไปยึดทำเนียบผิดกฎหมาย ทำไมตำรวจไม่จับ พล.ต.อ.อดุลย์ ตอบว่าข้างในมีทหารถือปืน ถ้าตำรวจเข้าไปจับก็จะต้องมีการยิงกับทหาร ดังนั้น ปัญหาความขัดแย้งของประชาชนไม่ใช่เหตุผลในการยึดอำนาจ แต่มีการวางแผนสมคบคิด ทำให้คนไทยทั้งประเทศต้องเดือดร้อนยาวนานกว่า 4 ปี และปกติการยึดอำนาจจะใช้เวลาไม่นาน แต่การยึดครั้งล่าสุดต้องการอยู่ยาว จากการประวิงเวลาในการร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่ฉบับปี 2558 ขณะที่รัฐธรรมนูญ 2560 วางกับดักไว้เพื่อต้องการสืบทอดอำนาจไปอีกนานหลายสิบปี ประชาชนจะทนทุกข์เพื่อดูรายการทีวีทุกคืนวันศุกร์
“ รัฐธรรมนูญปัจจุบันจะมีวุฒิสภา 250 คนมาจากการแต่งตั้งโดย คสช. มี ผบ.เหล่าทัพบางคนที่เพิ่งแนะนำให้ฟังเพลงหนักแผ่นดิน สามารถยกมือโหวตเลือกลุงเป็นนายกรัฐมนตรีได้ต่อไป ทั้งที่รัฐธรรมนูญ 2540 เป็นต้นมาให้อำนาจเฉพาะ ส.ส.เท่านั้น ดังนั้น ผู้มีสิทธิลงคะแนนทั่วประเทศจะปล่อยให้กลุ่มบุคคลที่ต้องการสืบทอดอำนาจทำได้สำเร็จอีกหรือไม่ สำหรับการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม ยืนยันว่ามีพรรคการเมือง 2 ขั้วอย่างชัดเจน สำหรับพวกที่เชื่อมั่นในอำนาจของประชาชนไม่เอาลุง แกนนำคือพรรคเพื่อไทย ส่วนอีกพวกที่เชียร์ลุงผมไม่เอ่ยชื่อ แต่มีพวกพลังนำหน้าทั้งหลาย นอกจากนั้นยังมีพวกถ่างขาทำเหนียมอาย ไม่กล้าออกมาเชียร์ลุงอย่างเปิดเผย เพราะรู้ว่าประชาชนจะไม่เลือก พวกนี้จะไม่บอก ไม่พูดชัดเจน พรรคการเมืองเหล่านี้จึงสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเตรียมให้ลุงสืบทอดอำนาจ ดังนั้น ประชาชนสามารถตัดสินใจได้ ถ้าเห็นว่ารัฐบาลนี้ทำดีแล้วก็ขอให้เลือกพรรคลุงทำงานต่อไป แต่ถ้าเห็นว่าล้มเหลวก็เลือกพรรคเพื่อไทย ” นายพงศ์เทพกล่าว
ด้านนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยมีนโยบายผลักดันการใช้น้ำปาล์มกลั่นบริสุทธิ์หรือ บี 100 แทนการใช้น้ำมันดีเซล หลังจากมีการหารือกับตัวแทนสมาคมผู้ปลูกปาล์มน้ำมันระดับประเทศ ทราบว่าที่ผ่านมาได้ประสบความสำเร็จจากการใช้น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ในเครื่องยนต์ของพาหนะหลายประเภท โดยไม่มีผลกระทบกับเครื่องยนต์ ไม่มีปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ดังนั้น หากพรรคเพื่อไทยมีโอกาสได้บริหารประเทศหลังการเลือกตั้งจะผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพื่อให้มีการผลิตน้ำมัน บี 100 ใช้แทนน้ำมันดีเซลทั่วประเทศ โดยเพิ่มพื้นที่การปลูกปาล์มเพื่อให้มีปริมาณการผลิตที่เพียงพอกับความต้องการและทำให้ราคาปาล์มขยับสูงขึ้น ขณะที่ประชาชนมีโอกาสได้ใช้พลังงานสะอาด ที่มีราคาถูก และไม่ต้องวิตกว่าการใช้น้ำมันบี 100 จะทำให้บริษัทผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ขัดขวางจากปัญหาส่วนแบ่งทางการตลาดลดลง เรื่องนี้พรรคจะปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนใช้น้ำมันที่มีราคาต่ำลง เพื่อลดการนำเข้าและให้เงินทุนด้านพลังงานหมุนเวียนภายในประเทศ

เกาะติดการเมือง กับ Line@มติชนการเมือง


