หน้าแรก การเมือง กกต.ตั้งเป้าค...

กกต.ตั้งเป้าคนออกมาใช้สิทธิร้อยละ 80 รับ โลกจับตา หลังไทยไร้เลือกตั้งมานาน

21.02.19 | 14:12 น.

“ธวัชชัย” ขี้ ลต.24 มีนาเป็นครั้งประวัติศาสตร์ ดึงหน่วยงานราชการช่วยประชาสัมพันธ์เลือกตั้ง กระตุ้นให้ผู้มีสิทธิออกมาลงคะแนนตามเป้าร้อยละ 80 พร้อมกำชับเรื่องกาบัตรให้ถูกต้อง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่อาคารอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย กรรมการการเลือกตั้ง กล่าวในการประชุมเตรียมความพร้อมจัดเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ จากจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ ของกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ว่า การเลือกตั้ง ส.ส.‪ในวันที่ 24 มีนาคม‬นี้ เป็นครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ เพราะเป็นการเลือกตั้งที่คนไทยเฝ้ารอ โดยการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายคือ ปี 2554 ส่วนการเลือกตั้งปี 2557 ไม่นับรวม เพราะศาลสั่งให้เป็นโมฆะ ดังนั้นทุกฝ่ายจึงคาดหวังว่าหลังการเลือกตั้งจะไม่เกิดความขัดแย้งรุนแรง ให้เป็นการเลือกตั้งสมานฉันท์ นอกจากนี้ทั่วโลกยังจับตาดูประเทศไทยว่าการเลือกตั้งจะเรียบร้อยสุจริตเที่ยงธรรม ได้รับการยอมรับในมาตรฐานสากลหรือไม่

นายธวัชชัย กล่าวต่อว่า ขอให้เร่งประชาสัมพันธ์ เพื่อให้คนออกมาใช้สิทธิ์ เพราะกกต.ตั้งเป้าให้มีผู้มาใช้สิทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และบัตรเสียไม่เกินร้อยละ 2 สิ่งที่ห่วงคือการทำความเข้าใจถึงกฎระเบียบต่างๆ และการกาบัตรลงคะแนน โดยการเลือกตั้งครั้งนี้เขตเลือกตั้งลดลงจาก 375 เขต เหลือ 350 เขต ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 150 คน การนับคะแนนใช้ระบบจัดสรรปันส่วน ทุกคะแนนมีค่าไม่ทิ้งน้ำ บัตรเลือกตั้งใบเดียวมีค่า 3 อย่าง ได้ส.ส.เขต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และว่าที่นายกฯ และขอย้ำว่าการที่ กกต.ออกระเบียบต่างๆมา เป็นการออกตามกฎหมาย ไม่ได้เอาใจพรรคการเมืองใด เราปฎิบัติเท่าเทียมกันทุกพรรค

นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า สำหรับบุคลากรกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต ขอให้เลือกเฟ้นคนที่เป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่การเมือง มีประสบการณ์ ไม่ใช่คนที่ต้องมาเรียนรู้งานใหม่ และเพื่อลดข้อกังวลในการปฏิบัติงาน กกต.จึงได้ออกระเบียบให้ถือว่าผู้ปฏิบัติหน้าที่จัดการเลือกตั้ง เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา หากกระทำการโดยสุจริตจะได้รับความคุ้มครองทั้งทางแพ่งและอาญา ในการปฏิบัติหน้าที่ขอให้ทำความเข้าใจกฎหมายและระเบียบต่างๆ ในการจัดการเลือกตั้งให้ดี อย่างน้อยต้องรู้ว่าการกระทำใดเป็นความผิด โดยขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจสนับสนุนการเลือกตั้งขึ้นแล้ว เพื่อเป็นหน่วยหลักในการประสานงานดูแลด้านความสงบเรียบร้อย ส่วนกรณีที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอเปลี่ยนเวลาลงคะแนนจาก ‪08.00-18.00‬ น. เป็น ‪08.00-15.00‬ น. แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่ กกต.จะสนับสนุนงบประมาณเพิ่มและประสานให้ทหาร ตำรวจ ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดแล้ว

“ในส่วนของการรณรงค์การเลือกตั้ง เดิม กกต.ใช้ ศส.ปชต. ลูกเสือ กกต. รด.จิตอาสา โดยไม่ได้ดูมวลชนอื่นที่อยู่ในการดูแลของหน่วยราชการต่างๆ เมื่อ กกต.ใหม่เข้ามาก็มีความคิดที่จะต่อยอดการทำงานของกลุ่มมวลชนเหล่านั้น เช่น อาสาสมัครจากกระทรวงมหาดไทย สาธารณสุข และพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเราจะทำการตั้งเป็นเครือข่ายร่วมกับ กกต. ที่จะเข้าไปเดินเคาะประตูบ้านเชิญชวน และอธิบายขั้นตอนในการใช้สิทธิ ในช่วง‪วันที่ 1-23 มีนาคมนี้‬ โดยหลังการเลือกตั้ง กกต.จะประเมินผล หากผลการตอบรับดี การเลือกตั้งครั้งหน้าจะจัดงบประมาณเข้าไปสนับสนุน และขอให้เน้นประชาสัมพันธ์ผ่านหอกระจายข่าว เปิดทั้งวันทั้งคืนยังไงก็จำได้ เหมือนเพลงที่เราไม่ชอบ เปิดฟังทุกวันจนชอบไปเอง หรือเรามองผู้หญิงไม่สวยมองทุกวันจนสวย” นายธวัชชัยกล่าว

Advertisement

นายธวัชชัย ยังให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ไปดูการเลือกตั้งล่วงหน้า ‪ในวันที่ 17 มี‬นาคมเพื่อให้คำแนะนำ เพราะมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก จึงเป็นห่วงเรื่องการแจกบัตรให้กับผู้มีสิทธิ ซึ่งจะต้องตรงกับเขตของผู้มีสิทธินั้น รวมถึงแนะนำการกาบัตรที่ถูกต้อง นอกจากนี้ขอให้แต่ละพื้นที่เตรียมทำแผนเผชิญเหตุล่วงหน้า โดยประเมินว่าก่อนและหลังวันที่ ‪24 มีนาคม ‬จะเกิดเหตุอะไรในพื้นที่บ้าง เช่น ฝนตกหนัก พายุเข้า น้ำท่วม ไฟไหม้ ไฟดับ อีกทั้งหน่วยเลือกตั้งไหนที่อยู่บนเกาะในทะเลให้ดูด้วยว่าจะใช้วิธีขนหีบเลือกตั้งอย่างไร รวมทั้งขอให้ดูแลการปิดป้ายหาเสียง ทั้ง 3 แบบ เนื่องจากสถานที่ปิดป้ายหาเสียงยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในสถานที่ราชการ จึงขอให้ผู้ว่าฯและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยจัดหาสถานที่เพิ่มเติม และสอดส่องดูแลปัญหาทำลายป้ายหาเสียง