ภายหลังจากรัฐประหารเมื่อ พฤษภาคม 2557คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้แต่งตั้งบุคคลต่างๆ เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีจำนวนไม่เกิน 250 คน ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว โดยมี นายพรเพชร วิชิตชลชัย เป็นประธาน นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย เป็นรองประธานคนที่ 1 และนายพีระศักดิ์ พอจิต เป็นรองประธานคนที่ 2 สนช.มีสมาชิกที่เป็นทหารจำนวนมาก และจนถึงกุมภาพันธ์ 2562 ออกกฎหมายมากถึง 328 ฉบับ แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 4 ฉบับ และมีมติแต่งตั้งองค์กรและคณะกรรมการชุดสำคัญต่างๆ
เมื่อเร็วๆ นี้ สนช.ได้ผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.ข้าว ซึ่งถูกคัดค้านว่าเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่รัฐในการควบคุมชาวไร่ชาวนา และเอื้อประโยชน์ทุนทางด้านการเกษตร ทำลายภูมิปัญญาชาวบ้าน จนสุดท้ายได้ถอนกฎหมายออกไป นายประยงค์ ดอกลำไย ผู้นำเอ็นจีโอ เรียกร้องให้ยุติการพิจารณากฎหมายทันที เนื่องจากประเทศกำลังเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง กำลังจะมี ส.ส.เข้ามาทำหน้าที่พิจารณากฎหมาย สนช.ที่มาจากการแต่งตั้งต้องยุติการพิจารณากฎหมายทุกฉบับ ที่จะมีผลเกี่ยวพันกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ให้เหมือน สนช.จากการรัฐประหารเมื่อปี 2550 ที่ลักไก่ออกกฎหมายนับร้อยฉบับก่อนพ้นวาระ
นายประยงค์กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปี 2562 เป็นต้นมา มีการลักไก่เร่งรีบผลักดันกฎหมายโดยไม่รับฟังเสียงเรียกร้องของประชาชน เช่น พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า หรือ พ.ร.บ.โรงงาน ที่กำหนดให้อุตสาหกรรมขนาดเล็ก ที่มีเครื่องจักรกำลังน้อยกว่า 50 แรงม้า ไม่ต้องขออนุญาตนั้น ในทางปฏิบัติจริง ธุรกิจต่างๆ ก็เลี่ยงกฎหมายด้วยการแตกโรงงานเป็นเล็กๆ กระจายในพื้นที่ เพื่อจะได้ไม่ต้องขออนุญาต ซึ่งก็ก่อให้ปัญหาทางสิ่งแวดล้อมให้ชุมชนมากขึ้น
การเมืองประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงคืนอำนาจผ่านการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม หลังจากนั้นจะมี ส.ส.เข้ามาหน้าที่ 500 คนด้วยกัน สนช.พึงพิจารณาการหยุดออกกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อแสดงมารยาทอันเหมาะสม ที่สำคัญก็คือ การออกกฎหมายควรยึดโยงกับประชาชน รับฟังความคิดความเห็นของประชาชน แทนที่จะใช้วิธีการเดาสุ่ม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหา ดังที่เกิดขึ้นกับกรณีของ พ.ร.บ.ข้าวมาแล้ว

