พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เผยความคืบหน้าการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในส่วนของ คสช. ว่าเตรียมการไว้แล้ว ยังพอมีเวลาอยู่ ตอนนี้ลิสต์รายชื่อต่างๆ มาดู จากหลายที่ด้วยกัน ส่วนเจ้าตัวจะรับหรือไม่รับต้องว่ากันอีกที และตอบคำถาม ผู้สื่อข่าว ซึ่งถามว่า 250 ส.ว. เข้ามาเพื่อเป็นต้นทุนสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ใช่หรือไม่ โดย พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า จะมาเป็นต้นทุนอย่างไร เขาเตรียมเผื่อไว้ เพราะ ส.ว.รู้ว่าเป็นอย่างไร การเลือกตั้งเข้ามาเป็นอย่างไร เป็นเครือข่ายกันแบบไหน วันนี้เป็นขึ้นมาก็กลายมาเป็นเครือข่ายของตน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามรัฐธรรมนูญ ส.ว. มีสิทธิโหวตเลือกนายกฯได้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ใช่โหวตเลือกนายกฯ เว้นแต่กรณีที่แต่ละพรรคเสนอชื่อนายกฯขึ้นมา เป็นเรื่องที่ต้องเสนอร่วมกันทั้ง 2 สภา ซึ่ง ส.ว.มีอำนาจแค่ตรงนี้ เป็นการแก้ปัญหากรณีที่พรรคนี้ได้ แต่พอเสนอชื่อขึ้นมาแล้วพรรคอื่นไม่ยอมรับ ก็จะมีความขัดแย้งกันต่อไป จึงต้องหาวิธีการปลดล็อกเพื่อให้ ส.ว.เข้ามาร่วมพิจารณาด้วยได้ แม้ ส.ว.จะตั้งมาจากผม แต่ถามว่าพวกคุณจะดูถูกทั้ง 250 คนนี้หรือ เขาไม่มีสมองหรือ เขาไม่รักประเทศหรือ ทุกคนต่างก็รักประเทศ อย่าหวงความรักประเทศชาติ รักประชาธิปไตยอยู่แต่เพียงพรรคการเมือง นักการเมือง
รัฐธรรมนูญ 2560 บทเฉพาะกาล มาตรา 272 ระบุว่า ใน 5 ปีแรกของรัฐสภาชุดแรก การให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรี ให้กระทำในที่ประชุมร่วมของรัฐสภาที่ประกอบด้วย ส.ส.และ ส.ว. จากปกติ มาตรา 159 ให้เป็นหน้าที่เฉพาะสภาผู้แทนฯ มติเห็นชอบตั้งนายกฯต้องมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดของสองสภา หากสรรหานายกฯจากบัญชีไม่ได้ ให้ ส.ส.และ ส.ว. รวมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีอยู่ เข้าชื่อยื่นประธานรัฐสภา ให้ยกเว้นไม่ต้องเสนอชื่อนายกฯจากบัญชีรายชื่อซึ่งประธานรัฐสภาจะเรียกประชุมโดยพลัน มติยกเว้นต้องไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกสองสภา จะเห็นว่า ส.ว.มีอำนาจและบทบาทอย่างสำคัญในการกำหนดตัวนายกรัฐมนตรี และจะมีความสำคัญมากขึ้น หากในสภาผู้แทนฯ ไม่มีพรรคได้เสียงข้างมากเด็ดขาด หรือมีจำนวน ส.ส.ไล่เลี่ยกัน

