#สตรอง&ซอฟต์

24.02.19 | 12:00 น.

เหลือ 1 เดือนจะถึง 24 มีนาคม แล้ว
แต่ไปวงไหน คำถามฮิตที่ต้องเจอคือ
จะมีเลือกตั้งไหม
พร้อมข้อสันนิษฐานต่างๆ นานา
หาข้อสรุปไม่ได้
สะท้อนให้เห็นภาวะความไม่เชื่อมั่นต่อการเมืองไทยเป็นอย่างดี
ซึ่งไม่ดีเลย
เพราะเป็นคำถามที่หมุนย้อนกลับ ไม่ไปข้างหน้า
ดังนั้น เจอคำถามแบบนี้ พยายามชี้ชวนให้มองแบบโลกสวยไว้
ถึงคนมีแนวโน้มจะไม่เชื่อ
แต่ก็ป่วยการที่จะจมอยู่กับกระแส “ถอยกลับ” อย่างที่ว่า

คำถามจะมีการเลือกตั้งหรือไม่นั้น
แน่นอนส่วนหนึ่งมาจากท่าทีของคนในกองทัพ
ที่อาจจะเป็นบุคลิกของผู้นำ มีอะไรก็เปรี้ยงปร้างออกไป เลยทำให้บรรยากาศ “เครียด”
ว่าที่จริง สำหรับผู้บัญชาการเหล่าทัพ การที่ต้องสวมหมวกอีกใบคือ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นไปตามคำสั่งคนถือรัฏฐาธิปัตย์ ที่มัดไว้
จะเอาทหารกลับเข้ากรมกองก็ทำไม่ได้
ภาวะนี้จึงทำให้เราแยกไม่ออกว่านี่คือการพูดหรือทำในฐานะอะไร
เช่น ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก หรือเลขาธิการ คสช.
นี่คือ สิ่งที่จะต้องสลายไปหลังมีรัฐบาลใหม่ และหวังว่านี่จะเป็นบทเรียนที่จะไม่หวนกลับไปอีก
ทหารต้องอยู่ในกรมกอง ดึงตนเองและองค์กรให้เป็นทหารอาชีพให้ได้

ว่าที่จริง ประเด็นปฏิรูปกองทัพที่จุดพลุขึ้นมาโดยพรรคการเมือง อันนำไปสู่กรณี “หนักแผ่นดิน” นั้น
หากย้อนไปในอดีต ต้องถือว่า “แรง”
และอาจมีการโชว์พลังที่ “ทหาร” ชอบใช้มาก
คือ “การตบเท้า” ให้กำลังใจผู้บังคับบัญชา แสดงความเป็นหนึ่งเดียว
คนที่ชำนาญ “การตบเท้า” นั้นเป็นใคร ลองถามผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบันดู
พอมาถึงตอนที่มาเป็นผู้นำกองทัพ
ก็น่ายินดี ที่เรา (ยัง) ไม่ได้เห็นใครนำตบเท้า
ซึ่งถ้าหวนคืนมา รับรองสถานการณ์ตึงเครียดกว่านี้หลายเท่า
แต่ก็ไม่ใช่ถึงขั้นไม่มีเลย แต่ทำให้นิ่มนวลลง
ด้วยการแปรเป็นการตบเท้าวิ่งเพื่อวัดสมรรถภาพ
โชว์ความ “เป๊ะ”
ตามนโยบาย “Smart Soldiers Strong Army”

เราเห็นเหล่านายพลที่อายุเฉียดเกษียณ ยังฟิตเปรี๊ยะ โชว์สมรรถภาพร่างกายผ่านการทดสอบ สมกับเป็นรั้วของชาติ
ผู้สื่อข่าวถามผู้บัญชาการทหารบกว่า เหนื่อยมั้ย
คำตอบที่ได้กลับมาคือ “เหนื่อยอะไร ดูสิ ทหารรักกันจะตาย” พร้อมชี้ไปที่ผู้มาร่วมทดสอบร่างกายก่อนกล่าวอีกว่า “ให้กำลังใจ ทหารรักกันขนาดนี้…สตรองอาร์มมี่”
เจอซักไซร้อีกว่า ช่วงนี้กองทัพถูกโจมตีเยอะจะชี้แจงอย่างไร ผู้บัญชาการทหารบกกล่าวว่า “นี่ไง สตรอง”

ท่าทีที่แสดงออก “รักและสตรอง” เช่นนี้
แน่นอนย่อมมี “นัย” อะไรอยู่หลังการ “เป๊ะ” บ้าง
แต่ก็ไม่ได้ทำให้ตึงเครียด แถมอุ่นใจที่ถึงจะสตรอง ก็สตรองในกรมกอง
ยิ่งกว่านั้น ระหว่างการทดสอบสมรรถภาพ แม้จะมีการเปิดเพลง “หนักแผ่นดิน” คลอร่วมกับเพลงมาร์ชกองทัพบก
แต่ก็เป็น “หนักแผ่นดิน” เวอร์ชั่นอะคูสติก
ฟังนุ่มนวล
มิได้ “ปลุกใจ” เปรี้ยงปร้างอย่างเวอร์ชั่นต้นฉบับ
แสดงว่าการแสดงออก “ตบเท้าวิ่ง” และ “หนักแผ่นดินเวอร์ชั่นอะคูสติก” ผ่าน “การไตร่ตรอง”
มิได้ขับดันออกมาจากอารมณ์

Advertisement

ตีความแบบบวกๆ คือ คนในกองทัพทำอะไรออกไปแล้วมีปฏิกิริยาตอบโต้ในเชิงลบ ก็พร้อมฟัง และพร้อมจะเปลี่ยนแปลง
แต่จะให้ถอยกรูดๆ ก็ไม่ใช่ชายชาติทหาร
ต้องมีท่วงท่า และทำให้ฝ่ายที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับกองทัพ โดยเฉพาะการเสนอปฏิรูปทหาร คงต้องแลกเปลี่ยนกันอย่างกว้างขวาง สร้างสรรค์
ไม่ได้เป็นไปเพราะอยู่กันคนละฝ่าย
นี่เป็นความพยายามมองโลกในแง่สวย
และเชื่อว่าโดยพื้นฐานนี้ ทหารพร้อมจะ “เป๊ะ” ไปเลือกตั้ง