หน้าแรก การเมือง ปธ.กกต.ปลุกใจ...

ปธ.กกต.ปลุกใจ พนง.สืบสวน ลุยเลือกตั้ง – ชวนคนไทย นำเงินซื้อเสียงหลักพัน มาแลกเงินแสน

26.02.19 | 12:24 น.

กกต.ติวเข้มพนักงานสืบสวน สอบสวน รองรับการเลือกตั้ง “ปธ.กกต.”ปลุกใจ อย่าหวั่นไหวในอิทธิพล ยึดมั่นความเป็นกลาง ด้าน”จรุงวิทย์”แนะกางบัญชีหัวคะแนน หมายหัวมือจ่ายเงินประจำหมู่บ้าน ใครโกงเลือกตั้ง ภายใน 6 เดือน หลุดเก้าอี้ส.ส.

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานเปิดการประชุมอบรมเจ้าพนักงานสืบสวน สอบสวน หรือไต่สวน หรือการดำเนินคดีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ซักซ้อมทำความเข้าใจให้เจ้าพนักงานสืบสวนสอบสวนมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปในรูปแบบและมาตรฐานเดียวกัน

นายอิทธิพรกล่าวว่า การเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งนี้เป็นครั้งแรกหลังรัฐธรรมนูญ 60 มีผลบังคับใช้ กกต.จึงต้องเตรียมความพร้อมให้เจ้าพนักงานเข้าใจในอำนาจหน้าที่ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม มีคุณภาพ และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ ขอให้เจ้าพนักงานยึดมั่นในความเป็นกลาง กล้าหาญ ไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดัน หรืออิทธิพลใดๆ แม้จะเจออิทธิพลแต่ขอให้เชื่อมั่นในเจตนารมณ์กฎหมาย และยึดหลักนิติธรรม ความเที่ยงธรรม ความชอบธรรม เป็นหลักในการทำงาน เพื่อให้ทุกท่านทำงานอย่างมั่นใจ เป็นที่รัก และนับถือจากทุกฝ่ายและทุกคน

ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ในอดีตคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 200 สำนวน ศาลสั่งยกคำร้องไป 180 เรื่อง แต่การสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีการเลือกตั้งครั้งนี้มีออปชั่นเพิ่มขึ้น มีทั้งกฎหมายคุ้มครองพยาน และสินบนรางวัลจูงใจให้ประชาชนนำเงินซื้อเสียง 1,000-2,000 บาท มาแลกเงินแสน ตลอดจนอำนาจในการส่งสำนวนไต่สวนไปให้อัยการดำเนินคดีอาญาได้เลย โดยไม่ต้องไปแจ้งความที่ สน. เท่ากับว่าคดีจะเสร็จสิ้นภายใน 3-5 เดือน นอกจากกฎหมายยังให้ถือสำนวนไต่สวนของ กกต.เป็นหลักในการแจกใบเหลือง ใบแดงของศาล หรือให้ศาลสั่งจ่ายค่าเลือกตั้ง โดยไม่ต้องย้อนไปฟ้องแพ่ง หากผู้ชนะการเลือกตั้งถูกศาลตัดสินว่าทุจริตและสั่งให้เลือกตั้งใหม่ ภายในเวลา 6 เดือนจะตกจากเก้าอี้ ส.ส.กลายเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา ต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง 10 ล้านบาท

“ขณะนี้เรื่องร้องเรียนส่วนใหญ่ที่เข้ามายัง กกต.เป็นเรื่องการทำลายป้าย ซึ่งความผิดฐานทำลายทรัพย์ แต่มีแนวโน้มว่า การใส่ร้ายป้ายสีในโซเชียลมีเดียเริ่มแซงการหาเสียงรูปแบบเก่า ตรวจสอบไม่พบการโจมตีหรือป้ายสีกันในเวทีปราศรัย แต่ไปปรากฏในโซเชียลมีเดียแทน คาดว่าหลังการเลือกตั้งจะมีจำนวนคนที่ต้องถูกลากจากหน้าจอหรืออีพอร์ต ส่งเข้าเรือนจำเป็นจำนวนมาก เพราะการใส่ร้ายป้ายสีมีโทษอาญา จำคุกหลายปี” เลขาธิการ กกต.กล่าว

Advertisement

เลขาธิการ กกต.กล่าวอีกว่า เจ้าพนักงานสืบสวน สอบสวน และไต่สวน ทำงานด้วยความรวดเร็วฉับไว ลงโทษได้ทันที ไม่มีคดีค้างเพราะหลังเลือกตั้ง ส.ส.จะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นตามมา พูดว่าได้ว่าปี’62 เป็นปีแห่งการเลือกตั้ง กลุ่มภารกิจสอบสวนต้องทำงานควบคู่ไปกับกลุ่มบริหารจัดการเลือกตั้ง การสอบพยานต้องทำเร็ว แต่ต้องไม่ทิ้งหลักการสอบสวนให้ปราศจากข้อสงสัย สรุปคือต้องเร็วและละเอียด อย่างไรก็ตาม ขอให้เน้นไปที่พยานเอกสาร บัญชีหัวคะแนน หรือมือแจกเงินประจำตำบลหมู่บ้าน หมายหัวไว้ได้ล่วงหน้า เราจะไม่ปล่อยให้คนทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเข้าไปนั่งในสภา