“ชูศักดิ์” เตือน ป.ป.ช.เพียงบอกว่าตำแหน่ง คสช.ไม่มีบัญญัติไว้ในกฎหมาย ป.ป.ช. ไม่ได้บอกว่ามิได้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ อัด ยุคนี้ยุคขยิบตาข้างเดียว-ยุคศรีธนญชัย
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การกล่าวอ้างของรองนายกรัฐมนตรีว่าป.ป.ช.เคยมีมติเมื่อปี2557 ว่า คสช.เป็นตำแหน่งพิเศษ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ จึงไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน ดังนั้นนายกรัฐมนตรีซึ่งมีตำแหน่งหัวหน้าคสช.อยู่ด้วยจึงมิใช่เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ไม่ขาดคุณสมบัติที่จะถูกเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรีตามบัญชีของพรรคการเมือง ตามรัฐธรรมนูญม.98(15)นั้น เห็นว่าเรื่องนี้ถ้าหัวหน้าคสช.ซึ่งมีอำนาจมากกว่านายกรัฐมนตรีเสียอีก มีอำนาจหน้าทีตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวและรัฐธรรมนูญ 60 มีการแต่งตั้ง มีอำนาจปลดย้ายคนได้โดยมาตรา 44 มีพ.ร.ฎ.กำหนดเงินประจำตำแหน่งตอบแทนเดือนละเป็นแสน ถ้าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐแล้วจะเป็นอะไร บ้านเมืองนี้จะไปกันใหญ่แล้ว รองนายกบอกว่าเป็นตำแหน่งพิเศษ เกิดโดยก.ม.พิเศษเป็นองค์กรชั่วคราว แต่ไม่คิดบ้างเล่าว่าอยู่มากี่ปี ตำแหน่งนี้สามารถใช้อำนาจต่างๆได้เทียบกับนายกรัฐมนตรีหรือมากกว่าด้วยซ้ำไป
เกาะติดการเมือง กับ Line@มติชนการเมือง

นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบอย่างละเอียดของฝ่ายกฎหมายของพรรค ทำให้ทราบว่า มติป.ป.ช.ที่รองนายกรัฐมนตรีอ้างนั้น พบว่าเมื่อมีการยึดอำนาจใหม่ๆเมื่อปี 2557 พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ซึ่งตอนนั้นเป็นหัวหน้ารับผิดชอบทางฝ่ายกฎหมายของคสช.ได้สอบถามมายังป.ป.ช.ว่าสมาชิกคสช.ทั้งหลายจะต้องยื่นรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อป.ป.ช.หรือไม่ คำตอบจากป.ป.ช.บอกว่าตำแหน่งคสช. ไม่มีอยู่ในกฎหมายป.ปช.ซึ่งก็แน่นอนมันจะมีได้อย่างไร เพราะคุณเพิ่งมาเรียกขานคสช.กันหลังจากยึดอำนาจ ภายหลังมีกฎหมาย ป.ป.ช.แล้วโดยรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่เกิดจากการรัฐประหาร ป.ป.ช.จึงบอกว่าไม่ต้องยื่น แต่ถ้าจะยื่นแบบตำแหน่งอื่นๆซึ่งปกติป.ป.ช.จะต้องมีมติว่ามีตำแหน่งอะไรบ้าง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของตนเองก็ได้ไม่ว่ากัน แต่คงไม่ต้องถึงกับเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เพราะไม่มีก.ม.บังคับสำหรับตำแหน่งหัวหน้าหรือกรรมการคสช ทั้งนี้ ที่อยากจะบอกกล่าวคือ ป.ป.ช.เขาเพียงบอกว่าตำแหน่งหัวหน้าหรือสมาชิกคสช.ไม่มีบัญญัติไว้ในกฎหมาย ป.ป.ช. เขาไม่ได้บอกว่ามิได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เหมือนกับเจ้าหน้าที่ของรัฐอีกมากมายที่ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน เช่นกรรมการสภามหาวิทยาลัยทีโต้แย้งกันจนเป็นข่าวครึกโครมที่ผ่านมาจนต้องแก้ปัญหาโดยใช้มาตรา 44 ตนเองจึงเข้าใจที่เขาชอบพูดกันว่าเนติบริกรว่าคืออย่างไร ยุคนี้น่าจะเป็นยุคขยิบตาข้างเดียว ยุคศรีธนญชัยชึ่งเหนือไปกว่าปาฏิหาริย์กฎหมายเสียด้วยซำ้ ที่อยากทราบมากๆคือกกต.ใช้เหตุผลนี้หรือในการประกาศรับรองรายชื่อ่ของพล.อ.ประยุทธ์ อยากบอกว่าเหตุผลดังกล่าวคงไม่ใช่ข้อยุตินะครับ ไปดูดีๆครับตรรกะไปไม่ได้จริงๆ

